กาแฟ ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์

| |

ดื่มกาแฟอย่างไรให้มีประโยชน์มากที่สุดและเกิดผลเสียน้อยที่สุด เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะเป็นคอกาแฟ หลงไหลในกลิ่นอันหอมกรุ่น ติดใจในรสชาติจนไม่สามารถหยุดดื่มได้ จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามีอาการติดกาแฟนั้นเอง และหากวันไหนไม่ได้ดื่มจะรู้สึกไม่สดชื่นไม่กระปรี้กระเปร่า คิดงานไม่ออก พาลจะเครียด และเซื่องซึมง่วงเหงาหาวนอนตลอดวันก็เป็นได้นะคะ ทีนี้ในเมื่อเราเลิกหลงรักกาแฟไม่ได้ แล้วจะดื่มอย่างไรถึงจะไม่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ แถมยังได้ประโยชน์อีกมากมาย เรามาดูวิธีกันค่ะ

กาแฟ ดื่มอย่างไรให้ได้ประโยชน์

อย่างที่เราทราบกันว่าในกาแฟนั้นมีคาเฟอีนที่มีทั้งประโยชน์และโทษ โดยองค์การอาหารและยาจากประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดปริมาณคาเฟอีนที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพคือ ควรดื่มไม่เกิน300มิลลิกรัม ต่อวันนะคะ หรือเทียบได้กับการดื่มกาแฟ ไม่เกิน 3 ถ้วยต่อวันค่ะ

ลองเช็คดูนะคะว่าคุณๆ ทั้งหลายดื่มเกินปริมาณนี้บ้างมั้ย เพราะว่าสารคาเฟอีนนั้นจะมีผลต่อร่างกายและอารมณ์ของผู้ดื่ม

สำหรับคาเฟอีนระดับต่ำ 50-200 มิลลิกรัม จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า สดชื่น ไม่ง่วงนอนค่ะ

ส่วนคาเฟอีนระดับกลาง 200-500 มิลลิกรัม อาจมีผลทำให้ปวดศีรษะ เครียด กระวนกระวาย มีอาการมือสั่นและทำให้นอนไม่หลับ

ส่วนคาเฟอีนระดับสูง 1000 มิลลิกรัมขึ้นไป จะส่งผลทำให้เกิดภาวะคาเฟอีนเป็นพิษ ทำให้เรากระสับกระส่าย ทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น และมีอาการคลื่นไส้ เบื่ออาหารและรวมถึงปัสสาวะบ่อยๆ ได้

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเพื่อต้องการแก้ง่วง แนะนำให้ดื่มในปริมาณน้อยๆ แต่สามารถกระจายการดื่มออกไปได้ตลอดทั้งวัน เช่น แทนที่จะดื่มถ้วยใหญ่ๆ ปริมาณมากๆ ทีเดียวเช่น 16 ออนซ์ในช่วงเช้า ให้เราเปลี่ยนมาเป็นถ้วยละ 2-3 ออนซ์ แล้วจิบไปเรื่อยๆ บ่อยๆ เพราะกาแฟจะเริ่มออกฤทธิ์หลังจากดื่มไปได้ประมาณ 15 นาที และจะอยู่ในร่างกายนานหลายชั่วโมง และต้องใช้เวลานานถึง 6 ชั่วโมง กว่าที่จะถูกขจัดออกไปจากร่างกาย เพราะฉะนั้นแนะนำว่าค่อยๆดื่มครั้งละน้อยๆค่อยๆเติมเข้าไปและไม่ควรเกินปริมาณที่กำหนดนะคะ

วิธีดื่มกาแฟเพื่อให้ได้ประโยชน์

สำหรับกาแฟ ควรจะดื่มอย่างไรมีวิธีดีๆ มาบอกค่ะ  ห้ามดื่มกาแฟในขณะท้องว่าง เนื่องจากคาเฟอีนเร่งการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร หากจำเป็นต้องดื่มควรมีขนม หรือคุกกี้ทานร่วมด้วย เพราะหากดื่มตอนท้องว่างอาจทำให้เป็นโรคกระเพาะได้ค่ะ และไม่ควรดื่มกาแฟในปริมาณมากเพื่อช่วยให้ทำงานหนักแบบหักโหม อดหลับอดนอน ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ถึงแม้กาแฟจะกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวสดชื่นมีแรงทำงาน แต่จะส่งผลเสียให้กับสมอง เพราะพักผ่อนไม่พอเราทำให้ประสิทธิภาพการรับรู้ลดลงค่ะ

สำหรับผู้ที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ ควรรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยแคลเซียมเพิ่มเติม เช่น นม โยเกิร์ต ปลาเล็กปลาน้อย คะน้า บล็อคเคอรี่ เป็นต้น เพื่อทดแทนแคลเซียมที่สูญเสียไปกับการปัสสาวะและลดความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน หรืออาจปรับเปลี่ยนวิธีชงกาแฟ โดยใส่นมสดพร่องมันเนยแทนครีมเทียมเพื่อสุขภาพที่ดี ควรรับประทานผักผลไม้ให้เพียงพอทุกวัน เนื่องจากในกระบวนการการคั่วเมล็ดกาแฟ จะทำให้มีอนุมูลอิสระเกิดขึ้น จึงต้องพึ่งเหล่าวิตามินจากผักผลไม้ประเภท ผักใบเขียว มะเขือเทศ ส้ม สับปะรด ฝรั่ง และเบต้าแคโรทีนจากแครอท ฯลฯ เนื่องจากวิตามินในผักผลไม้จะช่วยต้านอนุมูลอิสระที่จะเกิดกับร่างกายได้ค่ะ

สุดท้ายคือควรดื่มน้ำมากๆ เพื่อชดเชยการสูญเสียน้ำจากการปัสสาวะของคาเฟอีน เมื่อทราบวิธีแล้วเรามาลองปรับเปลี่ยนตามเพื่อจะได้ดื่มกาแฟอย่างมีความสุขพร้อมทั้งไม่เสียสุขภาพกันนะคะ

Previous

3 กิจกรรมบนเตียงที่ควรเลี่ยง! ลดความเสี่ยงโรคนอนไม่หลับอย่างได้ผล

6 วิธีรับมือโรคนอนไม่หลับ แก้ปัญหานอนหลับยากที่คุณเองก็ทำได้ !

Next

Leave a Comment