ความจริงของ วัณโรค.. ไอก็เป็นได้ ไม่ไอก็เป็นได้..

| |

 

ในอดีต คนที่มีอาการไออยู่แทบตลอดเวลา และรูปร่างค่อนข้างผอม จะเป็น “ภาพจำ” ที่คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็น โรควัณโรค

แต่แท้จริงนั้น อาการไอและความผอม ไม่ได้เกี่ยวกับวัณโรคโดยตรง เพราะวัณโรคเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย Mycobacterium Tuberculosis (TB) ซึ่งคนที่มีเชื้อวัณโรคนี้ในตัว หากไอ จาม พูด หรือแม้แต่หายใจรดคนอื่น เช่น เวลาขึ้นรถโดยสาร อยู่ในลิฟต์ หรือ ห้องประชุม ฯลฯ ก็จะแพร่เชื้อนี้ไปในอากาศ ทำให้คนอื่น ๆ ติดได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ หากติดวัณโรค ก็จะแพร่เชื้อผ่านสายสะดือไปสู่ลูกในท้องได้ด้วย

วัณโรค จึงเป็นโรคที่อันตรายติดต่อได้ง่ายกับผู้ที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ซึ่งพบว่ามักติดกันในครอบครัวใหญ่ที่อยู่กันทั้งรุ่นปู่ย่า-ลูกหลาน ซึ่งล้วนเป็นวัยที่ภูมิต้านทานต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้ยังติดต่อกันง่ายในคนที่ใช้ยากดภูมิรักษาโรค เช่น มะเร็ง หอบหืดขั้นรุนแรง รวมถึงคนติดเชื้อ HIV และคนที่ติดยาเสพติด ที่มีผลโดยตรงที่ทำให้ภูมิร่างกายตกต่ำ

โดยอาการของวัณโรค จะมีช่วงที่ไม่แสดงออก เรียกว่า “เชื้อหลบ” หรือ “แฝงตัว” ในร่างกายเรา อาจใช้เวลาเป็นปี กว่าจะเริ่มมีอาการ ซึ่งจะทราบได้ก็ต้องตรวจกับคุณหมอด้วยวิธีที่เรียกว่า IGRA (Interferon Gamma Release Assay) และหากพบว่ามีเชื้อวัณโรคก็จะได้ทำการฆ่าเชื้อด้วยยาต่อไป

แต่หากปล่อยไปเรื่อย ๆ เพราะไม่เคยตรวจร่างกาย จนเริ่มมีอาการไอแบบเรื้อรัง 2 สัปดาห์ขึ้นไป มีเลือดออกเวลาไอ เหนื่อยเจ็บหน้าอกเวลาไอ มีไข้ ตัวสั่น เหงื่อออกมาก น้ำหนักลด เบื่ออาหาร อย่างนี้ ต้องสงสัยวัณโรคแล้ว และยิ่งคลำพบก้อนที่รักแร้ คอ ตับโต ม้ามโต มีก้อนที่ท้อน ก็เสี่ยงมากที่วัณโรคจะเริ่มลามไปที่อื่น ๆ เช่น เข้ากระดูก ไปปอด ไปสมอง ซึ่งยากต่อการรักษาแล้ว
ดังนั้น คนที่มีเชื้อวัณโรค อาจจะไอหรือไม่ไอก็ได้ หรือ คนที่ไออาจเกิดจากโรคหวัดหรือภูมิแพ้ ไม่ใช่โรควัณโรค ก็ได้เช่นกัน!!!

ยาสำหรับรักษาวัณโรค จะแตกต่างจากยารักษาไข้หวัด แก้ท้องเสีย ทั่ว ๆ ไป โดยสิ้นเชิง เนื่องจากวัณโรคเป็นเชื้อที่ดื้อยาง่าย และประเทศไทยของเราก็มีปัญหาเชื้อวัณโรคดื้อยามากเสียด้วย
การใช้ยาจึงต้องใช้หลายตัวควบคู่กันและใช้เวลาหลายเดือน (และอาจยาวนานถึง 2 ปีได้ หากเชื้อวัณโรคลุกลามไปที่อื่น หรือมีการดื้อยา) ซึ่งระหว่างนั้นจะมีการตรวจเสมหะหรือเช็คปอดเป็นระยะ ๆ เพื่อให้คุณหมอปรับขนาดยาที่เหมาะสมกับความรุนแรงของเชื้อ

สำหรับการรักษาวัณโรคด้วยวัคซีน ยังไม่มีในปัจจุบัน แต่เราก็สามารถเสริมภูมิต้านทานโดยธรรมชาติให้ตัวเองได้ด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบห้าหมู่ ไม่สูบบุหรี่หรือใช้ยาเสพติดที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะป้องกันตัวเองให้รอดพ้นจากวัณโรคได้แล้ว

ขอบคุณรูปภาพปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=3018945

Previous

ใส่ใจไลฟ์สไตล์ป้องกัน โรคไต ถามหาตั้งแต่วัยทำงาน

เคล็ดลับ 8 ประการในการดูแลผิวช่วงหน้าหนาว

Next

Leave a Comment