นัยน์ตาวาว ข้างละสีแบบตาแมว …อาจกำลังเสี่ยง โรคมะเร็งในตา

| |

อาการตาวาว หรือ ลิวโคโคเรีย (Leukocoria) เป็นลักษณะหนึ่งของโรคมะเร็งจอตา (Ratinoblastoma) ซึ่งพบบ่อยเป็นอันดับสามในบรรดาโรคมะเร็งในเด็ก  เกิดได้ทั้งกับเด็กผู้หญิงและผู้ชาย

โดยพบว่า ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบจะมีสีขาว ๆ กลางตาดำ มีตาวาวคล้ายตาแมวโดยเฉพาะช่วงกลางคืน หรือเรียกว่า Amaurotic cat eye (โรคตาแมวตอนกลางคืน) เนื่องจากมีการสะท้อนแสงที่ผิดปกติออกจากรูม่านตา โดยสามารถสังเกตเห็นได้จากการมองทางด้านใดด้านหนึ่ง หรือเห็นชัดจากรอบทิศทางก็ได้

นอกจากนี้ ยังสังเกตได้จากสีม่านตาสองข้างที่ไม่เหมือนกัน และหากเป็นมาก ๆ ก็จะมีอาการตาเหล่ได้ ทั้งนี้โรคมะเร็งในตาจะเกิดกับดวงตาของเด็กได้ทั้งแบบตาข้างใดเพียงข้างเดียวหรือสองข้างก็ได้

อย่างไรก็ตาม อาการตาวาว นอกจากเกิดจากโรคมะเร็งในจอตาแล้ว พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งเกิดจากการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัวทำให้เป็นต้อกระจกแต่กำเนิด นอกจากนี้ยังเกิดในเด็กที่คลอดก่อนกำหนด เนื่องจากมีอาการจอตาเสื่อมจาก oxygen ได้

ซึ่งหากพ่อแม่ได้สังเกตลูกและพามาให้จักษุแพทย์ตรวจอย่างละเอียดจะทราบผลได้อย่างแม่นยำในขวบปีแรกของลูก โดยในขั้นตอนการตรวจนั้น แพทย์จำเป็นต้องให้เด็กดมยาสลบเพื่อตรวจโดยละเอียด คือ วัดความดันลูกตา ขยายม่านตาเพื่อหาสิ่งผิดปกติที่จอตา ตรวจด้วยเครื่องมือเฉพาะ เช่น คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า คลื่นพลังงานเสียง เป็นต้น

ทั้งนี้ ลักษณะของโรคมะเร็งในจอตา จะพบว่ามีก้อนมะเร็ง 2 แบบ คือ

  1. แบบก้อนมะเร็งทะลุผ่านจอตา และกระจายเซลล์มะเร็งสีขาวทั่วไปในวุ้นตา
  2. แบบก้อนมะเร็งอยู่ในจอตา ทำให้จอตาลอก และหากก้อนโตเร็ว จะมีหินปูนภายในก้อน ทำให้มีสีขาวชอล์กด้วย และหากเกิดตรงบริเวณที่เรียกว่า “จุดภาพชัด” ซึ่งเป็นตำแหน่งรับภาพ ก็จะลดความสามารถในการมองเห็นและทำให้เป็นโรคตาเหล่ตามมาได้

ซึ่งปัจจุบัน การรักษาโรคมะเร็งในตา มีหลายเทคนิค เช่น

  1. ผ่าตัด เพื่อนำลูกตาออก ซึ่งแพทย์จะใส่วัสดุอื่นสวมลงในเบ้าตาแทน
  2. ฉายรังสี เพื่อหยุดการเติบโตก้อนมะเร็งในตาและฆ่าเซลล์มะเร็ง
  3. ใช้คีโม หรือยาเคมีบำบัด
  4. ฝังแร่ เพื่อปลดปล่อยรังสีฆ่าเซลล์มะเร็ง
  5. ฉายเลเซอร์เฉพาะจุดที่เป็น
  6. จี้ด้วยเทคนิคความเย็น

ทั้งนี้ จะรักษาด้วยวิธีใด แพทย์จะประเมินจากสภาพร่างกายของเด็กว่ามีความแข็งแรงพร้อมเพียงใด อย่างไรก็ตาม ภายหลังการรักษาแล้ว แพทย์ยังต้องนัดตรวจอีกเป็นะยะ เพราะมีโอกาสที่เด็กจะเกิดเป็นโรคมะเร็งชนิดอื่น ๆ ตามมาได้ พ่อแม่ที่มีลูกเป็นโรคมะเร็งในจอตาจึงต้องเพิ่มความใส่ใจในสุขภาพของลูกเป็นพิเศษ

Previous

รู้หรือยัง โรคไส้เลื่อน ตุงขาหนีบ เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่!

เหนื่อยง่าย ใจเต้นผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณของ โรคลิ้นหัวใจ

Next

Leave a Comment