น้ำผึ้งกับสรรพคุณทางยา

| |

น้ำผึ้งกับสรรพคุณทางยา

คำโบราณกล่าวไว้ว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา แต่ความหวานจากน้ำผึ้งนั้นกลับมีสรรพคุณทางยาและมีประโยชน์มากมาย หากใช้ในปริมาณที่เหมาะสม ตำรับยาอายุวัฒนะโบราณของแพทย์แผนไทยและจีน รวมถึงอินเดียต่างมีบันทึกสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้งไว้ในตำรายาไว้อย่างหลากหลาย ก่อนอื่นเรามาดูที่มาของน้ำผึ้งกันค่ะว่ามีส่วนประกอบจากธรรมชาติอะไรบ้าง

“น้ำผึ้ง” เกิดจากผึ้งที่ทำการลำเลียงน้ำจากเกสรดอกไม้ที่เป็นน้ำหวานจากธรรมชาติ แล้วใช้กรด Enzyme ในท้องผึ้งเพื่อเปลี่ยนเกสรดอกไม้เหล่านั้นให้เป็นน้ำผึ้ง ฉะนั้นน้ำผึ้งในแต่ละแหล่งจึงมีความแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของป่านั้นๆ  คนส่วนใหญ่จะนิยมน้ำผึ้งป่าเดือน 5 เพราะมีความเข้มข้นสูง เนื่องจากเป็นช่วงหน้าแล้งเป็นช่วงที่ดอกไม้นานาพันธุ์กำลังชูช่อเบ่งบาน น้ำผึ้งที่เก็บในช่วงฤดูกาลนี้จะมีความชื้นน้อย และน้ำผึ้งที่ดีจะมีลักษณะข้นหนืด มีความใส โปร่งแสงและสะอาด น้ำผึ้งประกอบด้วยน้ำตาลฟรุกโทสเป็นหลักเป็นน้ำหวานโมเลกุลคู่ที่ได้จากดอกไม้หรือผลไม้ มีความหวานมากกว่าน้ำตาลกลูโคสถึง 1.4 เท่า ในน้ำผึ้ง 100 กรัม ให้พลังงาน 303 แคลอรี่ ร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้โดยง่าย

นอกจากนี้น้ำผึ้งยังอุดมด้วยวิตามินนานาชนิด เช่น วิตามินบี 1 บี 2 วิตามินอี วิตามินเค และวิตามินซีจากธรรมชาติ รวมทั้งสารอาหารอื่น ๆ ได้แก่ กรดอะมิโน กรดไขมัน และเกลือแร่ต่างๆ อย่างสังกะสี และทองแดง

อีกทั้งยังพบว่าในน้ำผึ้งมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับที่มีในผักใบเขียวและยังมีวิตามินบี ซี ฟอสฟอรัส แคลเซียม เกลือแร่ และกรดอะมิโน ซึ่งมีประโยชน์ต่อสุขภาพและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ แร่ธาตุที่กล่าวมาล้วนมีความจำเป็นต่อร่างกายที่จะเข้าไปซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ และช่วยบำรุงโลหิต

ส่วนในทางการแพทย์อายุรเวทของอินเดียนั้นมีการใช้น้ำผึ้งผสมผงอบเชย เพื่อรักษาโรคและบำรุงร่างกายมานานหลายศตวรรษเช่นกัน

ด้านตำราจีนของ หลี่สือเจิน (คัมภีร์ เปิ่นเฉากังมู่) บันทึกสรรพคุณ 5 ประการของน้ำผึ้งกล่าวคือ

“น้ำผึ้ง มีสรรพคุณ 5 ประการ” กล่าวคือ

  1. ขับร้อน
  2. บำรุงส่วนกลาง (กระเพาะอาหารและม้าม)
  3. ขับพิษ รักษาแผล
  4. ทำให้ชุ่มชื่นลดความแห้งแก้ไอ
  5. แก้ปวด

ขณะที่แพทย์แผนไทยใช้น้ำผึ้งเพื่อช่วยแต่งรสยา ให้ยามีรสอร่อยขึ้นและช่วยชูกำลัง อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในน้ำกระสายยา ที่ช่วยทำให้ตัวยาดูดซึมเร็วขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของไตและกระจายเลือด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีกำลังมากขึ้น บางครั้งน้ำผึ้งถูกนำมาผสมกับยาปั้นเป็นลูกกลอนอีกด้วย

และนอกจากนี้ยังพบว่า ในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดา ก็มีการใช้น้ำผึ้งรักษาและป้องกันโรคหัวใจ โดยให้ผู้ป่วยรับประทานขนมปังทาน้ำผึ้งผสมผงอบเชยทุกวัน นอกจากจะช่วยลดคอเลสเตอรอลแล้ว ยังช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติอีกด้วยค่ะ

ถึงแม้น้ำผึ้งจะมีประโยชน์มากเพียงใดแต่ก็ควรบริโภคอย่างพอดีและเหมาะสมเพื่อจะได้เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริงค่ะ

Previous

ตำรับความงามจากน้ำผึ้ง

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของน้ำผึ้ง พร้อมทั้งข้อควรระวัง

Next

Leave a Comment