รู้ไหม? ออกกำลังกายแต่ละช่วงเวลา ให้คุณได้มากกว่าแค่การเบิร์น

| | , ,

ไม่ว่าการออกกำลังกายในช่วงเวลาไหนก็ล้วนให้ผลลัพธ์ที่ดีต่อสุขภาพได้ไม่ต่างกัน แต่ผลการวิจัยมากมายออกมาบอกว่าในแต่ละช่วงเวลาที่คุณตัดสินใจเลือกออกกำลังกายนั้นมีผลที่เชื่อมโยงกับความเพลิดเพลินให้การออกกำลังกายได้มากขึ้น ถือว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่จำเป็นต้องจริงจังมากเกินไปก็ได้ แต่หากได้รู้ไว้ว่าช่วงเวลาไหนเป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการออกกำลังกายมากที่สุด อาจจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า จะได้จัดตารางเวลา หาช่วงที่ได้ออกกำลังกายอย่างมีประสิทธิภาพให้ร่างกายเผาผลาญได้มากขึ้นกว่าเดิม

ออกกำลังกายตอนเช้า

ในช่วงเช้าร่างกายจะฟื้นตัวจากการนอนหลับที่ยาวนานตลอดคืน ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและตื่นตัวพร้อมสำหรับการเริ่มวันใหม่ หากได้ออกกำลังกายในช่วงนี้ ก็จะช่วยกระตุ้นระบบต่างๆ ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งยังไปช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้นานถึง 10 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถใช้งานสมองได้อย่างเต็มที่ในการทำงานตลอดวันและยังช่วยให้ความจำดีขึ้นได้ด้วย แต่ในทางกลับกันหากร่างกายได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอการออกกำลังในช่วงเช้าก็ไม่คงจะไม่เหมาะสมสักเท่าไหร่ เพราะนอกจากจะไม่ทำให่ร่างกายรู้สึกสดชื่นแล้ว ยังจะทำให้รู้สึกอ่อนเพลียทั้งวันตามมา

ออกกำลังกายตอนกลางวัน

ในช่วงเที่ยงถึงบ่าย เป็นช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุด ดังนั้นหากต้องการออกกำลังกายในช่วงนี้ ควรเลือกชนิดของกีฬาที่สามารถเล่นในร่มได้ เพื่อไม่ให้ร่างกายโดนแสงแดดและทำลายผิวได้ อีกทั้งการเล่นกีฬากลางแจ้งใช่วงเที่ยง-บ่ายนั้น อาจส่งผลทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำเยอะเกินไป เนื่องจากอากาศในช่วงนี้จะร้อนมากและส่งผลให้ร่างกายที่กำลังออกกำลังกายอยู่มีอุณหภูมิที่สูงขึ้นตามไปด้วย จึงไม่ใช่ผลดีเท่าใดนัก ดังนั้นหากจำเป็นต้องออกกำลังกายในช่วงนี้ให้เลือกชนิดกีฬาที่ไม่ต้องอยู่ท่างกลางแสงแดด หรือกีฬาที่ไม่ต้องใช้พลังกำลังมากจึงจะดีที่สุด

ออกกำลังกายตอนเย็น

ในช่วงเวลานี้เป็นช่วงที่ร่างกายมีพลังงานอย่างเหลือเฟือ เหมาะสมกับการออกกำลังกายมากที่สุด เพื่อเผาผลาญพลังงานที่สะสมอยู่ให้ถูกใช้จนหมด ลดปัญหาความอ้วนได้อย่างดี อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายความเครียดและลดอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นมากขึ้น แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้กับบางรายเท่านั้น นั่นคือหลังจากออกกำลังกายร่างกายจะตื่นตัวและส่งผลให้นอนลับยาก หรือหลับไม่สนิทได้ ซึ่งคงไม่ดีแน่หากคุณต้องแต่ตื่นเพื่อเช้าไปทำงานในวันถัดไป ดังนั้นควรออกกำลังกายแต่พอเหมาะ และถ้าเป็นไปได้ควรเน้นการออกกำลังกายที่ไม่หนักจนเกินไปจะดีกว่า

เห็นไหมว่าในแต่ละช่วงเวลาให้ผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่เรื่องเผาผลาญ ดังนั้นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของใครเป็นแบบไหน ก็ลองเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับตัวเอง จะได้ช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตในเวลาอื่นๆ ตามมา

 

Previous

อาหารบำรุงสมองเพิ่มทักษะการจำให้ดียิ่งขึ้น

นวดกดจุด 5 ตำแหน่ง แก้อาการปวดไมเกรนได้ผล

Next

Leave a Comment