รู้ไหม โรคนอนไม่หลับ อันตรายมากกว่าความเพลีย

| |

โรคนอนไม่หลับ เป็นอาการที่พบได้บ่อยกับผู้ที่มีความเครียดสะสม ซึ่งจะทำให้นอนไม่หลับต่อเนื่องเป็นเวลาหลาย ๆ สัปดาห์ จึงเกิดปัญหาต่อสุขภาพ ทั้งทำให้เพลียและหงุดหงิดระหว่างวัน รวมถึงทำให้มีความผิดพลาดในการทำงาน เพราะไม่สามารถมีสมาธิหรือสมองไม่ปลอดโปร่งเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ยังพบว่า การป่วยด้วยโรคบางอย่าง เช่น โรคไมเกรน โรคกระเพาะอาหารอักเสบ หรือ การปวดที่แผลซึ่งเป็นผลจากการผ่าตัด รวมถึงการปวดเรื้อรัง-ปวดทรมานรุนแรงจากโรคมะเร็งก็ทำให้เป็นโรคนอนไม่หลับได้ด้วย

ทั้งนี้ โดยธรรมชาติแล้ว แต่ละวัยและแต่ละคน จะมีความเคยชินกับชั่วโมงการนอนหลับที่ไม่เท่ากัน เช่น เด็กเล็ก ๆ จะนอนเกือบ 17 ชั่วโมงต่อวัน ส่วนผู้ใหญ่จะเหลือ 7 – 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งจะลดลงกว่านี้สำหรับวัยชราหรือหลังเกษียณ

จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ที่ชั่วโมงการนอนหลับ ว่าต้องหลับมากเพียงใดจึงจะเป็นโรคนอนไม่หลับ เนื่องจากทางการแพทย์จะดูที่คุณภาพการหลับ เช่น หากตื่นขึ้นมากลางดึก เช่น เข้าห้องน้ำแล้วหลับต่อไม่ได้ การใช้เวลานานเกินครึ่งชั่วโมงกว่าจะหลับ และการตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วยังมีอาการเพลียหรืออิดโรยอยู่

ในการรักษาโรคนอนไม่หลับ แพทย์จะดูจากประวัติการเจ็บป่วย หากพบว่าเป็นโรคประจำตัวหรือมีอาการป่วย เช่น เป็นไมเกรน โรคเครียด ซึมเศร้า ฯลฯ ก็จะต้องใช้ยารักษาโรคอื่น ๆ ด้วย

ทั้งนี้ การใช้ยาเพื่อรักษาโรคนอนไม่หลับ ในปัจจุบันนิยมใช้ยาหลายกลไก เช่น

– ยาที่ช่วยคลายความเครียดหรือภาวะวิตกกังวลใจ เช่น ยาลอราซีแพม ยาอัลปราโซแลม เป็นต้น

– ยาลดภาวะซึมเศร้า เช่น ยาอะมิทริปไทลีน

– ยาแก้แพ้ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน เชน ยาไดเมนไฮดริเนต ซึ่งเป็นยาที่มีฤทธิ์อ่อนกว่ายากลุ่มอื่น ๆ ข้างต้น แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าและลดโอกาสติดยาได้

นอกจากนี้ยังต้องใช้วิธีอื่นควบคู่สำหรับรักษาโรคนอนไม่หลับ ได้แก่

– การปรับสภาพสิ่งแวดล้อมภายในห้องนอนให้เหมาะสมแก่การหลับได้อย่างสนิทยาวนาน หรือ Sleep Hygiene เช่น การใช้ผ้าม่านแบบทึบลดแสงรบกวน หรือการเปิดเพลงเบา ๆ คลอเพื่อให้หลับง่ายขึ้น เป็นต้น

– งดการออกกำลังกายในช่วงก่อนนอน 3 ชั่วโมง เนื่องจากจะเกิดการกระตุ้นให้ร่างกาย Active ทำให้การเริ่มต้นหลับทำได้ยาก

สำหรับผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับ ที่ทำการรักษาด้วยยาและใช้วิธีต่าง ๆ ที่แพทย์แนะนำแล้วไม่ได้ผล จำเป็นต้องได้รับการทดสอบการนอนหลับ หรือ Sleep Test โดยผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุที่ลึกซึ้งจากลักษณะของคลื่นสมอง การวิเคราะห์การทำงานของหัวใจและปอด การใช้ออกซิเจน ฯลฯ เพื่อรักษาโรคนอนไม่หลับในขั้นต่อไป

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=2887270

Previous

ทำความรู้จักกับ โรคต่อมลูกหมากโต ปัญหาของชายวัยทอง

10 สาเหตุของ โรคอ้วน ที่คุณอาจคิดไม่ถึง

Next

Leave a Comment