รู้ไหม โรคสมาธิสั้น เป็นได้ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน

| |

โรคสมาธิสั้น หรือ โรค ADHD เป็นโรคที่เกิดได้กับเด็กเล็กวัยเพียง 3 ปีขึ้นไป จนถึงวัยทำงาน ซึ่งจะเป็นที่สังเกตของคนรอบข้างได้อย่างชัดเจนในช่วงวัยรุ่นอายุ 12 ปี หรือต่ำกว่านั้น เพราะโดยธรรมชาติแล้ว เด็กในวัยประถมต้น-ปลาย เป็นช่วงที่มักมีการเข้าสังคมในห้องเรียนหรือเข้ากลุ่มเพื่อน ๆ ในกิจกรรมต่าง ๆ

ทั้งนี้ พบว่าโรคสมาธิสั้นเกิดในเด็กผู้ชายมากกว่าหญิง ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรคนี้ แต่มีการศึกษาทางการแพทย์ พบความผิดปกติจากการสแกนสมองของผู้ที่เป็นโรคนี้ ว่าสมองมีบางส่วนที่มีขนาดเล็กกว่าปกติและเกี่ยวกับการสร้างสารเคมีในสมองที่เพี้ยนไปจากคนทั่วไป

โรคสมาธิสั้น แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มอาการ คือ

  1. กลุ่มอาการที่เด่นด้านความซุกซน-หุนหันพลันแล่น-ใจร้อน
  2. เด่นด้านสมาธิสั้น ไม่สนใจรายละเอียดของสิ่งใด ๆ ทำอะไรแบบลวก ๆ หรือรวบรัด
  3. เป็นอาการแบบผสม 1. กับ 2. เข้าด้วยกัน

ทั้งนี้พบว่าในกลุ่มวัยทำงาน 3 ใน 4 คนที่เป็นโรคสมาธิสั้น จะเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเด็กแล้ว เมื่อเข้าสู่วัยทำงานจะยิ่งรู้สึกว่าการต้องทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่นเป็นเรื่องที่เหนื่อยยากและลำบากใจมากขึ้น ที่สำคัญคือการเป็นโรคสมาธิสั้นจะทำให้มีพฤติกรรมที่ทำให้ผู้อื่นรู้สึก “เป็นลบ” ต่อผู้ป่วย ทำให้มีจุดอ่อนในการปฏิสัมพันธ์และเข้าสังคม

อาการที่สังเกตได้ชัดในวัยเด็กและวัยรุ่น ของโรคสมาธิสั้น ได้แก่

– ไม่สนใจเมื่อมีคนมาพูดคุยด้วย

– ลืมทำบางอย่าง หรือลืมสิ่งของที่ใช้ประจำ เช่น ลืมยางลบ ลืมทำการบ้าน

– วอกแวกง่าย ไม่อยู่นิ่ง

– ไม่สามารถลำดับได้ว่าสิ่งใดควรทำก่อนหลัง เช่น เล่นเกมส์ อาบน้ำ กินข้าว ทำการบ้าน

– ไม่สามารถทำงาน หรือทำการบ้านที่ถูกมอบหมายได้ทันตามกำหนด

– ไม่ชอบการต้องใช้เวลากับอะไรนาน ๆ เช่น การต้องอ่านหนังสือข้อความยาว ๆ

– ไม่สามารถนั่งอยู่กับที่เฉยๆ นิ่ง ๆ ได้

– กระสับกระส่าย ตื่นตัว แอคทีฟ (active) ตลอดเวลา

– ไม่สามารถรอให้ใครพูดอะไรจบได้ ต้องแทรกหรือสวนคำขึ้นมา

ส่วนอาการโรคสมาธิสั้นในวัยทำงานหรือผู้ใหญ่

มักขี้ลืม ไม่ใส่ใจรายละเอียดของงาน ใจร้อน ไม่รอหรือให้จังหวะคนอื่นพูด ทำงานผิดพลาดบ่อย ๆ เพราะมองข้ามรายละเอียด ไม่สามารถทำงานได้เสร็จตามกำหนด ชอบทำงานชิ้นใหม่ ๆ โดยไม่ได้เคลียร์งานเก่าให้ลุล่วง

นอกจากนี้ ยังไม่สามารถจัดเวลาลำดับหรือใช้เวลาให้เต็มประสิทธิภาพได้ ทำให้มีปัญหาในการทำงานเป็นทีมหรือไม่ได้รับความไว้วางใจให้ทำงานสำคัญ จึงทำให้เกิดการติดยาเสพย์ติด-แอลกอฮอล์ตามมา

ในด้านการรักษาโรคสมาธิสั้น จำเป็นต้องใช้ยาเฉพาะทางด้านจิตเวช ร่วมกับการบำบัดกับผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับพฤติกรรม ซึ่งกรณีผู้ป่วยเด็ก ผู้ปกครองควรให้ความใกล้ชิด พ่อแม่ต้องอบรมด้วย จึงจะได้ผลรวมการรักษาโรคสมาธิสั้นที่ดีและรวดเร็ว

Previous

8 อาหารสำหรับคนนอนดึก

โรคจิต โรคประสาท ปัญหาทางใจ ส่งผลร้ายต่อโรคนอนไม่หลับ

Next

Leave a Comment