รู้ไหม โรคไทรอยด์ มีทั้งแบบฮอร์โมนสูงและต่ำ!

| |

ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) เป็นอวัยวะสำคัญในร่างกายอยู่บริเวณภายในลำคอ ทำหน้าที่สำคัญคือสร้างฮอร์โมนไทรอยด์ (Thyroid hormone) เพื่อควบคุมสมดุลแร่ธาตุและการใช้พลังงานในร่างกาย

ซึ่งโรคที่เกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์สูงหรือต่ำผิดปกติ มีหลายอาการตามสาเหตุ  ล้วนเกิดผลเสียต่อร่างกายและจำเป็นต้องให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยเพื่อเช็คระดับความรุนแรงและติดตามการรักษาด้วยยา การผ่าตัดและการควบคุมด้านอาหาร ผู้ป่วยโรคของต่อมไทรอยด์จึงไม่สามารถซื้อยารับประทานได้เอง

โรคจากไทรอยด์สูง หรือไฮเปอร์ไทรอยด์ (Hyperthyroids) เป็นอาการที่เกิดจากฮอร์โมนไทรอยด์ถูกผลิตมากเกินไป  ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย แม้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่นอน แต่พบว่ามีเปอร์เซนต์สูงสำหรับคนในครอบครัวที่มีประวัติพันธุกรรมโรค Graves’ disease ซึ่งทำให้มีอาการตาโปนนูน ส่งผลให้เกิดอาการแพ้แสงและตาพร่ามัวง่าย

นอกจากนี้ ยังเกิดได้จากต่อมไทรอยด์อักเสบเพราะติดเชื้อไวรัส (Thyroiditis) หรือเกิดจากการกินอาหารที่มีไอโอดีนมากเกินไป เพราะร่างกายใช้สารไอโอดีนไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์นั่นเอง

อาการของผู้ป่วยโรคไทรอยด์สูง ได้แก่ มีไข้ เหงื่อออก ชัก ใจเต้นเร็ว ซึ่งมักทำให้มีปัญหาของโรคหัวใจตามมาและเสี่ยงเสียชีวิตจากหัวใจวายได้ นอกจากนี้ยังมีภาวะกระดูกพรุนหรือกระดูกเปราะ เพราะภาวะฮอร์โมนไทรอยด์ที่สูงผิดปกติจะไปลดการสะสมแคลเซียมเข้ากระดูก

ในปัจจุบัน ผู้เป็นโรคจากฮอร์โมนไทรอยด์สูงจำเป็นต้องรักษาด้วยการกลืนแร่ กินยาไปลดฮอร์โมนไทรอยด์ และยาแก้ใจสั่นกลุ่มเบต้าบล็อก (Beta blocker) หรือใช้การผ่าตัดรักษา และหลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เพราะส่งผลให้อาการโรคไทรอยด์กำเริบมากขึ้น

ส่วนโรคจากฮอร์โมนไทรอยด์ต่ำ (Hypothyroidism) จะเป็นสาเหตุและอาการตรงกันข้าม คือ ร่างกายสร้างฮอร์โมนน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการเหมือนอยู่ในภาวะเผาผลาญน้อยลง เช่น น้ำหนักเพิ่ม , อ่อนเพลีย , ซึม , หนาวง่าย , ผิวแห้ง , ไม่มีสมาธิ , วอกแวก , ท้องผูก และมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามมา

มักพบในหญิงวัยทองหลังเกษียณ โดยมีสถิติสูงในกลุ่มผู้เป็นโรคภูมิแพ้ตัวเอง หรือ SLEหรือผู้ที่เคยรับการผ่าตัดหรือรักษาโรคไทรอยด์สูงมาก่อนก็เป็นได้

นอกจากนี้ ยังมีโรค Hashimoto’s thyroiditis ที่เป็นโรคไทรอยด์ต่ำที่พบบ่อยในหญิงวัยกลางคน ซึ่งแพทย์จะให้ใช้วิธีกินยาฮอร์โมนไทรอยด์เข้าไปชดเชยเป็นประจำ คู่กับการเน้นให้เสริมไอโอดีนจากเมนูอาหารเพิ่มขึ้น เช่น ใช้เกลือเสริมไอโอดีนปรุงอาหาร

นอกจากนี้ ผู้ป่วยโรคไทรอยด์ต่ำควรหลีกเลี่ยงอาหารบางชนิดที่ไปยับยั้งหรือขัดขวางการทำหน้าที่ของต่อมไทรอยด์ ทำให้ไม่ได้ผลในการรักษาเท่าที่ควร เช่น กะหล่ำปลีขาว-ม่วง , คะน้า , บล็อคโคลี่ , ผักโขม เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การหมั่นดูแลสุขภาพด้วยการดูแลโภชนาการอาหาร พักผ่อนให้เป็นเวลา ไม่เครียด จะช่วยลดโอกาสเสี่ยงต่อภาวะไทรอยด์สูงและต่ำได้ดีขึ้น

ขอบคุณภาพหน้าปก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1008378

 

Previous

รู้ให้ลึก โรคปวดกล้ามเนื้อ ที่ต้องรักษามากกว่าการทายาแก้ปวด

รู้หรือยัง โรคไส้เลื่อน ตุงขาหนีบ เป็นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่!

Next

Leave a Comment