ล้างมือจนเปื่อย..เดินดูสวิตซ์ทั้งวัน..อาการที่ไม่ตลกของ โรคย้ำคิดย้ำทำ

| |

 

“หากคุณเป็นคนหนึ่ง ที่มีภารกิจต้องทำอะไรหลาย ๆ อย่างพร้อมกัน จนบางครั้งเหมือนจะต้องถามกับตัวเองซ้ำ ๆ ว่า เราทำนั่น ทำนี่ หรือยัง??”
หากคุณถามหรือเช็คซ้ำ 2 – 3 ครั้ง ยังไม่เรียกว่าเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ แต่เมื่อไรที่มีการเดินเข้าเดินออก ไป ๆ มา ๆ เป็น 10 รอบ อย่างนี้อาจเข้าข่ายโรคย้ำคิดย้ำทำได้!

คนส่วนใหญ่อาจไม่ทราบว่าอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำเกิดตั้งแต่อายุช่วงวัยรุ่น 19 ปี เพราะคิดว่า เห็นบ่อย ๆ ในอาม่า อากง คุณป้า ที่เดินไปมาแบบคนเป็นโรคหลงลืม ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นคนละโรคกัน

ทั้งนี้ ในทางการแพทย์ได้วิเคราะห์กันว่า โรคย้ำคิดย้ำทำ เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วน cortex, Caudate และ Thalamus รวมทั้งสารเคมีในสมองที่ชื่อ ซีโรโทนิน (Serotonin) ก็หลั่งออกมาผิดปกติ ซึ่งพันธุกรรมจากครอบครัว และการเคยถูกทำร้ายหรือคุกคามทางเพศในวัยเด็ก จะมีส่วนทำให้มีโอกาสเป็นโรคนี้สูงขึ้น นอกจากนี้ ยังเกิดได้จากการติดเชื้อแบคทีเรียในสมอง หรือโรค PANDAS ในช่วงวัยเด็กก็เป็นได้

สำหรับอาการของผู้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำนั้น เจ้าตัวเองจะรู้สึกดีว่ากำลังทำอะไรซ้ำ ๆ แต่ก็ไม่อาจห้ามตัวเองได้ (ซึ่งต่างจากโรคสมองเสื่อมที่จำอะไรไม่ได้) ซึ่งอาการทำอะไรซ้ำ ๆ เช่น ล้างมือจนเปื่อย เพราะกลัวเชื้อโรค กลัวมือไม่สะอาด หรือ เดินดูสวิตซ์ซ้ำ ๆ เพราะกลัวว่าไฟจะไหม้บ้านถ้าไฟลัดวงจร เป็นต้น

การแสดงออกแบบซ้ำ ๆ อาจทำให้คนอื่นที่ไม่เข้าใจรู้สึกตลกขบขัน หรือแซว ล้อเลียน ซึ่งจะทำให้ผู้ที่เป็นโรคนี้ ยิ่งทุกข์ทรมานจากความอับอาย กลายเป็น “ตลกร้าย” ที่ทำให้หลายคนเป็นโรคซึมเศร้าร่วมด้วย และมักจะหันหายาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ รวมถึงฆ่าตัวตายในที่สุด!!!
นอกจากนี้ ยังมีโรคย้ำคิดย้ำทำของเด็กเล็กที่พบว่าพันธุกรรมจากครอบครัวมีส่วนมาก เช่นเดียวกับการเลี้ยงดูที่เข้มงวด จ้ำจี้จ้ำไช ชอบขู่ให้ลูกกลัว ดุด่าซ้ำเติมความผิดลูกเป็นประจำ ซึ่งจะทำให้เด็กเล็ก ๆ เกิดพฤติกรรมทำอะไรวน ๆ ซ้ำ ๆ ไม่มีสมาธิ นอนไม่หลับ ผลการเรียนตกต่ำลงหนักขึ้นเรื่อย ๆ และเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น ก็จะเข้ากับเพื่อนฝูงไม่ได้ และกลายเป็นคนชอบสะสมสิ่งของเก่า ๆ ที่ไม่ได้ใช้แล้วอีกด้วย

ซึ่งกรณีโรคย้ำคิดย้ำทำเกิดตั้งแต่เด็กเล็ก จะทำให้เด็กเป็นโรคสมาธิสั้น และโรคซึมเศร้าได้ง่าย หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของลูก ควรตั้งสติและใจเย็น ๆ และพาลูกมาหาคุณหมอเพื่อปรึกษาเพื่อหาสาเหตุและแก้ไขให้ตรงจุด

สำหรับการรักษาโรคย้ำคิดย้ำทำนั้น ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ คุณหมอจะใช้วิธีหลายอย่างร่วมกัน ทั้งการใช้ยากลุ่มคล้ายกับที่รักษาโรคซึมเศร้า ยาช่วยคลายเครียดนอนหลับ ยาสำหรับปรับสารเคมีในสมอง ฯลฯ ร่วมกับการทำบำบัดทางจิตใจ ซึ่งหากเป็นเด็ก คุณพ่อคุณแม่จำเป็นต้องเข้าร่วมในการบำบัดที่เป็นระบบตามที่มีการวิจัยไว้ด้วย จึงจะได้ผลในการรักษาดี และหยุดการใช้ยาได้เร็วที่สุด

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=905652

Previous

อะไรคือความต่างระหว่าง”มังสวิรัติกับเจ”

สวัสดี..งูสวัด เจอกันประจำเวลางานเข้า!

Next

Leave a Comment