สมุนไพรไทย ชื่อแปลกแต่สรรพคุณเลิศ

| |

Health-dd วันนี้เราได้รวมรายชื่อสมุนไพรไทยที่ชื่อแปลกแต่สรรพคุณเลิศ ดีอย่างไร และมีอะไรบ้างไปดูกัน

สมุนไพรไทย ชื่อแปลกแต่สรรพคุณเลิศ

1.ว่านชักมดลูก

ว่านชักมดลูกเป็นพืชทีีมีลำต้นเป็นหัวอยู่ใต้ดินอยู่ในวงศ์ขิงกลุ่มเดียวกับขมิ้นชัน กลุ่มที่พบมากจะเรียกว่า ว่านชักมดลูกตัวเมีย (Curcuma comosa) และว่านชักมดลูกตัวผู้ (Curcuma latifolia)

สมุนไพรว่านชักมดลูก ตามสรรพคุณตำรับยาไทยนั้นจะใช้ว่านชักมดลูกตัวเมียเป็นหลัก เพราะมีสรรพคุณรักษาอาการต่างๆของสตรี เช่นรอบเดือนมาไม่ปกติ มีอาการปวดท้องช่วงมีรอบเดือน ตกขาว เป็นต้น จากสรรพคุณดังที่กล่าวมานักวิจัยตีความว่าว่านชักมดลูกน่าจะมีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศหญิงหรือ (Estrogen) เอสโตรเจน ซึ่งมีงานวิจัยพบว่าในว่านชักมดลูกจะออกฤทธิ์ได้เป็นอย่างดีเพราะมีสารออกฤทธิ์ในกลุ่มไดแอริลเฮปตานอยด์ แม้จะมีโครงสร้างไม่เหมือนกับฮอร์โมนเอสโตรเจนก็ตามและเรียกสารชนิดนี้ว่า โฟโต้เอสโตรเจน ซึ่งออกฤทธิ์คล้ายกับฮอร์โมนเอสโตรเจนซึ่งในวงการแพทย์ต่างก็ยอมรับว่าสารกลุ่มโฟโต้เอสโตรเจนมีประสิทธิภาพในการรักษาสุขภาพต่างไปของสตรีวัยทองได้เป็นอย่างดี รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสดใสปราศจากฝ้าและรอยดำ ลดเลือนริ้วรอยเหี่ยวย่น ช่วยให้ผิวพรรณขาวนวลเพราะเลือดลมดีมีเลือดฝาด และยังช่วยกระชับหน้าท้องที่หย่อนคล้อยจากการคลอดบุตร และยังมีส่วนช่วยให้หน้าอกเต่งตึงและกระชับขึ้นอีกด้วยค่ะ

2.พรมมิ

พรมมิ สมุนไพรไทยที่ขึ้นตามริมตลิ่งอาจดูเหมือนไม่มีค่าแต่ทราบกันมั้ยคะว่า พรมมิ มีสรรพคุณช่วยป้องกันอัลไซเมอร์ได้ไม่แพ้สมุนไพรของต่างประเทศเลยค่ะ นักวิจัยไทยได้ทำการศึกษาและพบว่า สมุนไพรพรมมิ มีคุณสมบัติในการชะลอการเสื่อมของเซลล์ประสาทมีฤทธิ์ในการบำรุงความจำ เพิ่มสมาธิ เพิ่มการตอบสนองต่อสิ่งเร้าถือว่าอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และมีความปลอดภัยสูง สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่แนะนำให้ใช้สารสกัดจากกรมมิ คือกลุ่มสตรีมีครรภ์ ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไตเนื่องจากยังไม่มีผลวิจัยในกลุ่มคนประเภทนี้อย่างชัดเจน ผู้ใช้ควรกรองที่มาของข้อมูลที่น่าเชื่อถือก่อนใช้นะคะ

3.หญ้ารีแพร์หรือฮียุ่ม

หญ้ารีแพร์ สมุนไพรไทยคู่ใจแม่หญิงไทยมาแต่โบร่ำโบราณ เนื่องจากมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดเมื่อย ช่วยในเรื่องการอยู่ไฟของสตรีหลังคลอด ไม่ว่าจะเป็น ช่วยลดการอักเสบ ช่วยทำให้แผลฝีเย็บแห้งเร็วขึ้น หากนำมาชงดื่มก็จะช่วยในเรื่องของการปวดเมื่อยได้ค่ะ และหากนำมาต้มน้ำอาบจะช่วยให้ผิวพรรณกระชับและเต่งตึง ส่วนในปัจจุบันมีงานวิจัยออกมาพบว่ามีสารที่เรียกว่า Silica(ซิลิกา) ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นที่เป็นโครงสร้างของ ขน เล็บ ฟัน และยังช่วยลดการสลายตัวของคอลลาเจนทำให้ผิวยืดหยุ่น ส่วนการนำมาใช้นั้น สำหรับหญ้ารีแพร์ตากแห้งสามารถนำมาชงเป็นชาดื่มเพื่อช่วยลดการปวดเมื่อยช่วยในเรื่องของเส้นเอ็นได้ สำหรับหญ้ารีแพร์ที่ทำเป็นผงนำมาผสมน้ำอาบได้เพื่อผิวสวยเนียนสดใสนั่นเองค่ะ

ข้อมูลเหล่านี้ยังเป็นเรื่องราวเบื้องต้นของสมุนไพรไทยไปเราอันที่จริงยังมีอีกมากมายหลายชนิดนะคะ ก็เห็นมั้ยคะว่าสรรพคุณของสมุนไพรไทยเรานั้นดีงามไม่แพ้ชาติใดในโลก

Previous

3 ข้อควรปฏิบัติ เพื่อรับมือโรคนอนไม่หลับอย่างได้ผล

รักษาโรคนอนไม่หลับด้วยวิธีจำกัดการนอน

Next

Leave a Comment