สวัสดี..งูสวัด เจอกันประจำเวลางานเข้า!

| |

 

โรคงูสวัดเป็นอาการของโรคติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ วาริเซลลา (Varicella zoster) ที่ซ่อนอยู่ในเส้นประสาทของคนเรา ซึ่งปกติหากภูมิคุ้มกันแข็งแรงดี ก็จะไม่เป็นปัญหาร่างกายกำจัดเชื้อโรคได้ตามระบบของเม็ดเลือดขาว แต่หากร่างกายเราอ่อนแอ เช่น ช่วงงานรุม ทำโอทีตีสองตีสาม นอน 3 ชั่วโมง ออกไปทำงานใหม่ แบบนี้ติด ๆ กันหลายวัน หรือ หลายรอบต่อเดือน ก็มีแนวโน้มชัดเจนว่า โรคงูสวัดจะมาเยือนได้ง่าย ๆ ทั้งนี้ เพราะร่างกายเราเมื่ออ่อนแอ การกำจัดเชื้อโรคต่าง ๆ อย่างไวรัสงูสวัด จะกลายเป็นเรื่องที่ทำไม่สำเร็จ ยิ่งบวกเข้ากับความเครียดแล้ว ภูมิต้านทานยิ่งอ่อนแออย่างที่สุด ทำให้หลายคนรู้สึกได้ถึงความอ่อนเพลีย ที่นอกจากจะเกิดจากอดนอนแล้ว ยังมีอาการปวดเมื่อย มีไข้ต่ำ ๆ ตัวรุม ๆ ตลอดเวลา บางคนก็มีอาการแปลบ ๆ เจ็บ ๆ คล้ายถูกไฟช็อต ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่าneuropathic pain ซึ่งมักเป็นตรงเอว หลัง หน้า เปลือกตา ซึ่งมีความอันตราย หากใกล้ตามาก อาจทำให้กระจกตาอักเสบ กลายเป็นตาต้อหินและตาบอดได้!!!

หลังจากรู้สึกตัวรุมอยู่ 2 วัน จะสังเกตได้ว่าที่ผิวหนังเริ่มมีตุ่มนูน ๆ สีแดง พร้อมกับอาการคัน ก่อนที่ตุ่มจะเริ่มพองแตกเป็นน้ำใส ๆ ออกมา และตกสะเก็ดใน 2 อาทิตย์ ซึ่งหากได้กินยารักษางูสวัดและพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ ก็จะหายได้เร็วขึ้น

แต่สำหรับคนที่ใช้ยากดภูมิ เช่น คนเป็นมะเร็ง เป็นหอบหืดรุนแรง เป็นโรคกระดูกบางประเภท หรือติดเชื้อ HIV จะมีภูมิคุ้มกันร่างกายที่อ่อนแอเป็นพิเศษ เชื้อไวรัสงูสวัดจึงไม่หยุดอยู่แค่ตุ่มที่ผิวหนัง แต่จะลามไปที่ปอดและสมอง ทำให้ยากต่อการรักษาขึ้นไปอีก

ในการรักษาโรคงูสวัดในปัจจุบัน สามารถให้ตามอาการได้ เช่น เป็นไข้-ปวดตัว ก็กินยาพาราเซตามอล ถ้ามีตุ่มคัน ก็กินยา CPM หรือ คลอเฟนนิรามีน หากเป็นตุ่มแผลแตกที่ผิวหนัง ต้องใช้น้ำเกลือล้างแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียอื่น ๆ ซ้ำซ้อน แล้วจะทำให้แผลหายช้าและเกิดเป็นแผลเป็นตามมา

สำหรับยารักษาโรคงูสวัดโดยตรงก็มีอยู่ แต่มีข้อจำกัด คือต้องรีบกินภายใน 2 – 3 วันหลังจากเริ่มมีอาการ เรียกว่า ยิ่งกินยาเร็ว ยิ่งหายเร็ว โรคจะรุนแรงน้อยลง ซึ่งยาที่ใช้กัน คือ ยาเม็ดอะไซโคลเวียร์ หรือ Acyclovir ที่ต้องกิน ครั้งละ 800 มิลลิกรัม ทุก 4 ชั่วโมง โดยกำหนดให้กินบ่อย ๆ ทุก 4 ชั่วโมง วันละ 5 ครั้ง และต้องกินต่อเนื่องถึง 7 วัน

เราทุกคนสามารถพ้นภัยโรคงูสวัดได้ เมื่อเรารักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง strong อยู่เสมอ ไม่ปล่อยให้ความเครียดเข้ารุมเร้าจนไม่เป็นอันกินอันนอนและต้องปรับเวลาการทำงานให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้โหมงานหนักเกินไปในบางช่วง เพียงเท่านี้โรคงูสวัด ก็ไม่อาจมา “สวัสดี” คุณได้อีกแล้ว

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1077974

Previous

ล้างมือจนเปื่อย..เดินดูสวิตซ์ทั้งวัน..อาการที่ไม่ตลกของ โรคย้ำคิดย้ำทำ

ใส่ใจไลฟ์สไตล์ป้องกัน โรคไต ถามหาตั้งแต่วัยทำงาน

Next

Leave a Comment