สัญญาณของ โรคตากุ้งยิง ที่วัยทำงานก็เป็นได้

| |

โรคตากุ้งยิงเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อที่บริเวณดวงตา ไม่ว่าจะเป็นตรงหนังเปลือกตาบน-ล่าง และบริเวณรูขุมขนใกล้เปลือกตา ก็ทำให้มีอาการโรคตากุ้งยิงได้ ทั้งนี้ ทางการแพทย์แบ่งโรคตากุ้งยิงได้เป็น 2 แบบ คือ

  1. แบบหัวฝีโผล่ออกมาให้เห็นหนอง

2.แบบหัวฝีหลบอยู่ข้างใน ทำให้ต้องปลิ้นตรงเปลือกตาออกมาจึงจะเห็นฝี แต่เวลากลอกตาจะรู้สึกได้ว่ามีการเสียดสีอยู่

ทั้งนี้ โรคตากุ้งยิงสามารถเกิดได้ทั้งกับเด็กเล็กและผู้ใหญ่วัยทำงาน เพราะเป็นการติดเชื้อโรคกลุ่ม S.aureus ซึ่งเป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคติดเชื้อทางผิวหนังมากมาย โดยโรคตากุ้งยิง เชื้อนี้มักมาจากการสัมผัส หรือขยี้ตาโดยที่ไม่ได้ทำความสะอาดมือก่อน

หรือเกิดจากกล้างเช็ดเครื่องสำอางค์บนใบหน้าและรอบดวงตา แล้วมีสิ่งสกปรกเข้าตาหรือที่พบบ่อยคือการสวมคอนแทคเลนส์ที่เป็นการทำให้ดวงตาสัมผัสสิ่งแลกปลอมโดยตรง นั่นเอง

ทั้งนี้ คนที่มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูงจะเสี่ยงมากกว่าปกติ เพราะคนเป็นเบาหวาน ผิวหนังจะอักเสบติดเชื้อต่าง ๆ ง่าย ส่วนคนที่ไขมันเลือดสูง ก็จะมีไขมันอุดตันตามรูขุมขน-ต่อมไขมันง่าย ทำให้เกิดเป็นหนองติดเชื้อ หรือโรคตากุ้งยิงได้ง่ายนั่นเอง

เมื่อเป็นโรคตากุ้งยิง สิ่งที่สังเกตได้ตอนแรก ๆ คือ เปลือกตาจะบวมแดง รู้สึกปวด และมีก้อนที่เปลือกตา บางคนก็จะรู้สึกระคายเคืองเวลากรอกตาไปมาจะปวดตึงด้วย บางคนเมื่อฝีหนองแตกก็จะทำให้ขี้ตามีสีเขียวด้วย

ซึ่งกรณีที่ฝีแตกแล้ว มักจะหายได้เองภายในเวลาไม่เกิน 1 สัปดาห์ เพราะหนองค่อยๆ แห้งและไม่ทิ้งรอยแผลเป็น แต่กรณีเป็นฝีหลบใน จะให้เจ้าตัวรู้สึกเจ็บมาก ไม่สามารถหายได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากฝีมีขนาดเม็ดใหญ่ ก็จำเป็นต้องใช้วิธีผ่าตัด หรือกรีดหนองออก ซึ่งเทคนิคนี้ แพทย์จะใช้สำหรับผู้ที่เป็นโรคตากุ้งยิงนานเกิน 2 สัปดาห์

ส่วนรายที่เป็นโรคตากุ้งยิงระดับรุนแรงน้อย สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อใช้ยาหยอดตา ฆ่าเชื้อ เช่น Polyoph ร่วมกับยาป้ายตา Terramycin ได้ โดยใช้ร่วมกับการใช้น้ำเกลือสะอาดล้างหรือเช็ดทำความสะอาดรอบ ๆ ดวงตา ก็ได้

ทั้งนี้ หากยังไม่ดีขึ้นจากการหยอดตา สามารถปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อใช้ยาแบบเม็ดรับประทานฆ่าเชื้อกลุ่ม เพนนิซิลลิน (Penicillins) ทั้งนี้ ต้องระวังเรื่องความสะอาดของมือให้มากขึ้น รวมถึงคนที่จำเป็นต้องแต่งหน้าก็ควรระมัดระวังการเช็ดเครื่องสำอางค์รอบดวงตาให้มากขึ้นกว่าเดิมเพื่อลดการกลับเป็นโรคตากุ้งยิงซ้ำบ่อย ๆ

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=2419804

Previous

โรคออทิสติกเทียม โรคฮิตติดจอของเด็กยุค 2018

โรคธาลัสซีเมีย ต้องทำอย่างไรไม่ให้เลือดจาง

Next

Leave a Comment