หน้าดำคล้ำจาก ฝ้า โรคผิวหนังที่ทำลายความมั่นใจ!

| |

          ฝ้าเป็นโรคผิวหนังที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับผู้หญิง เนื่องจากการมีสีผิวหน้าที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะส่วนโหนกแก้มและหน้าผากที่กวนใจอยู่ทุกวัน ทำให้มีปัญหาแต่งหน้าไม่เรียบเนียนสวย ทำให้เสียบุคลิกและความมั่นใจเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ ในทางการแพทย์พบว่าสาเหตุที่เราเกิดฝ้าได้นั้น มักมาจากการถูกกระตุ้นเม็ดสีเมลานิน ให้ทำงานมากเกินไป ซึ่งปัจจัยกระตุ้นการเกิดฝ้าที่สำคัญและพบได้บ่อย คือ

  1. รังสียูวีในแสงแดดช่วงกลางวัน
  2. เกิดจากฮอร์โมนช่วงตั้งครรภ์ หรือจากการรับประทานยาคุมกำเนิด
  3. เป็นผลข้างเคียงจากการใช้ยา เช่น ยาต้านลมชัก ตัวยา phenytoin
  4. ปฏิกิริยาแพ้สารเคมีจากน้ำหอม หรือแพ้สีในเครื่องสำอางแต่งหน้า
  5. ความเครียดจัด ทำให้กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้สมองที่มากผิดปกติ คือ ฮอร์โมน MSH มากระตุ้นเม็ดสีเมลานิน
  6. เป็นกรรมพันธุ์ถ่ายทอดจากครอบครัว
  7. มีภาวะโรคประจำตัวบางอย่างอยู่ เช่น โรคแอดดิสัน (Addison) ซึ่งเป็นความผิดปกติของต่อมหมวกไต

จะเห็นได้ว่า ฝ้า เกิดได้จากหลายสาเหตุ การรักษาจึงจะเป็นต้องให้แพทย์วินิจฉัยหาตัวต้นเหตุที่แท้จริง ซึ่งอาจซ่อนอยู่มากกว่าการเกิดจากแสงแดดเพียงอย่างเดียว อย่างที่หลายคนเข้าใจ

ทั้งนี้ การรักษาฝ้า จำเป็นต้องใช้ยาที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์โรคผิวหนังอย่างเคร่งครัด เนื่องจากยาที่ใช้มีอันตรายค่อนข้างสูง ซึ่งแบ่งได้เป็น 4 กลุ่มยา คือ

  1. ยาไฮโดรควิโนน เป็นตัวยาที่ได้ผลดีที่สุดในการรักษาฝ้า เรียกว่าเป็น Gold standard ที่แพทย์ผิวหนังทั่วโลกใช้รักษาฝ้า แต่ก็ต้องระวังการใช้สูง เนื่องจากต้องทาเพียงบาง ๆ เฉพาะบริเวณฝ้า ช่วงเวลาก่อนนอน และห้ามใช้ต่อเนื่องเกิน 4 เดือน เพราะเสี่ยงต่อการเกิดฝ้าดำหนาถาวร หรือ เป็นฝ้าด่างขาว ที่รักษาได้ยาก
  2. ยาทาวิตามินเอ เป็นตัวยาที่ช่วยเร่งการลอกผิวเก่าที่สีเข้มให้หลุดออก
  3. ยา Skinoren มีตัวยาที่ลดการทำงานมากเกินไปของเม็ดสีเมลานิน
  4. ยาสเตียรอยด์บางชนิด เช่น เบตาเมธาโซน บางสูตรยาสามารถกดการทำงานของเม็ดสีเมลานินได้ แต่ก็มีผลข้างเคียงคือ ทำให้ขนที่หน้าดก และเป็นสิวได้

จะเห็นได้ว่า การใช้ยาเพื่อรักษาฝ้า มีข้อควรระวังและต้องให้แพทย์ประเมินตามความรุนแรง-ความหนาของฝ้า

ดังนั้น จึงไม่ควรหาซื้อยาทาฝ้า ครีมหน้าขาว หรือเครื่องสำอางสูตรรักษาฝ้าจากตลาดนัดหรือสั่งซื้อทางอินเตอร์เน็ต เพราะมักมีส่วนผสมที่ทำให้เป็นฝ้าถาวรและหน้าดำกว่าเก่า ทั้งยังไม่มีผู้รับผิดชอบผลเสียที่เกิดขึ้นหลังการใช้ด้วย ดังที่เรามักเห็นข่าวตำรวจบุกทลายแหล่งขายครีมทาฝ้าปลอมเป็นระยะ ๆ นั่นเอง

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.pexels.com/photo/woman-wearing-blue-jacket-875862/

Previous

หน้าไม่เกลี้ยง เพราะโรคสิวอุดตัน รักษาให้หายได้ไหม

โรคตกขาวผิดปกติ ปัญหาไม่เล็กสำหรับสุภาพสตรี

Next

Leave a Comment