หน้าไม่เกลี้ยง เพราะโรคสิวอุดตัน รักษาให้หายได้ไหม

| |

ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิวอุดตันบนใบหน้า เป็นปัญหาใหญ่ของสาวไทย ที่ทำให้ผิวหน้าแลดูไม่เรียบเนียนและทำให้สูญเสียความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันเป็นอย่างมาก

ซึ่งสิวอุดตัน หรือ comedone ที่เราเห็นกันด้วยตาเปล่าว่าเป็นเม็ด ๆ ตุ่ม ๆ นั้น แท้ที่จริงเป็นลักษณะของไขมันที่อุดตันเป็นก้อนอยู่ในแต่ละรูขุมขน ซึ่งเมื่อมีการติดเชื้อแบคทีเรียตัวการของสิว คือเชื้อ พีแอคเน่ (P.acne) ก็จะเกิดการแดงช้ำกลายเป็นสิวอักเสบซ้ำเติมที่ตำแหน่งเดิม ๆ อีก

โรคของสิวอุดตันนั้น ในทางการแพทย์ได้แบ่งชนิดสิวอุดตันออกเป็นหลายจำพวกคือ

  1. สิวที่ไม่มีหัว ขึ้นเป็นผดเล็ก ๆ จับดูจะรู้สึกไม่เรียบเนียน มักขึ้นตามไรผม หน้าผาก แก้ม เมื่อมีเหงื่อออก เช่น หลังจากเล่นกีฬา หรือ ทำงานกลางแจ้ง ก็มักจะยิ่งกำเริบรุนแรง
  2. สิวแบบมีหัว สีดำ เป็นตำแหน่งของไขมันที่มีการติดเชื้อ และสีดำที่เห็นคือ เซลล์ผิวที่ตายและอุดตันอยู่ตรงรูขุมขนนั้น
  3. สิวมีหัว แต่เป็นหัวสีขาว เป็นสิวที่คนส่วนใหญ่บีบ เพราะคิดว่าจะทำให้สิวหลุดออกมาได้ ทำให้เพิ่มปัญหาให้ผิวตรงบริวเณนั้นอักเสบยิ่งขึ้น และอาจสูญเสียคอลลาเจนทำให้เป็นหลุมแผลเป็นได้

จะเห็นได้ว่าสิวอุดตันมีหลายประเภท แม้จะมีลักษณะต่างกัน แต่ปัจจุบันยังนิยมใช้ยาจัดการสิวอุดตันที่กล่าวมาได้ร่วมกัน ได้แก่

  1. ยาสูตรบีพี หรือ เบนโซอิลเปอร์ออกไซด์ เป็นตัวยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสิวโดยเฉพาะ และยังช่วยละลายหัวสิวได้เมื่อใช้อย่างต่อเนื่อง
  2. ยาละลายหัวสิวโดยเฉพาะ เช่น ยาเรตินเอ และยาดิฟเฟอริน เป็นตัวยาที่ต้องใช้เวลาสังเกตหลายเดือน จึงจะเห็นผลลัพธ์ว่ารูขุมขนเปิดและหัวสิวหลุดออกง่าย

3.ยากำจัดเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว ให้หลุดออกจากบริเวณรูขุมขน เช่น ยาเอเอชเอ

  1. ยาฆ่าเชื้อแบบกิน เช่น ตัวยาด๊อกซี่ไซคลิน
  2. ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียแบบทา เช่น ตัวยา clindamycin lotion โดยตัวยาข้อ 4 – 5 แพทย์จะแนะนำให้ใช้โดยเฉพาะคนที่มีสิวอักเสบร่วมกับสิวอุดตัน เพื่อลดการติดเชื้อ
  3. ฮอร์โมนคุมกำเนิด เช่น ไดแอน เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมัน เป็นสิวอุดตันที่ผสมกับสิวอักเสบแบบเรื้อรัง และมักมีอาการกำเริบช่วงก่อนการมีประจำเดือน โดยฮอร์โมนเม็ดจะไปปรับสมดุลฮอร์โมนภายในร่างกายให้เข้าสูภาวะสมดุลขึ้น

จะเห็นได้ว่า การรักษาสิวอุดตันเป็นเรื่องที่ทำให้หายได้ เพียงต้องอาศัยความสม่ำเสมอในการทายา และจำเป็นต้องรอเวลาหลายเดือนในการที่ยาจะออกฤทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์ แต่จะปลอดภัยและยั่งยืนกว่าการบีบแกะสิวอุดตัน ซึ่งจะทำให้มีปัญหาเรื่องรอยแผลเป็นตามมาได้

ขอบคุณรูปภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1238266

Previous

โรคประจำเดือนมามาก คืออะไร..อันตรายแค่ไหน?

หน้าดำคล้ำจาก ฝ้า โรคผิวหนังที่ทำลายความมั่นใจ!

Next

Leave a Comment