อันตรายที่ต้องระวัง จากการกินยาไมเกรนแบบผิดๆ

| | , ,

เมื่อมีการอาการปวดหัวไมเกรน หลายคนมักเลือกใช้วิธีรับประทานยา เพราะช่วยบรรเทาอาการให้หายได้อย่างรวดเร็ว แถมหาซื้อได้ง่ายและสะดวก ซึ่งในช่วงแรกยาที่รับประทานอาจจะได้ผลดี แต่เมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นระยะเวลายาวนาน ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างแน่นอน ดังนั้นทุกครั้งก่อนรับประทานยาไมเกรน ควรทำความเข้าใจอย่างถ่องแท้เสียก่อนเพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้

ผลเสียจากการทานยาไมเกรนแบบผิดๆ

อาการปวดหัวไมเกรน เป็นความผิดปกติของการหดและขยายตัวของหลอดเลือด จึงทำให้รู้สึกปวดตุบๆ บริเวณขมับ อาจจะปวดข้างเดียวหรือสองข้างเป็นเวลานาน บางครั้งอาจมองเห็นแสงวูบวาบ หรือถ้ารุนแรงมากก็จะอาเจียน สำหรับยาที่ใช้รักษาอาการไมเกรนจะเป็นยา ergotamine ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัวจึงช่วยบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้  ทั้งนี้หากผู้ป่วยรับประทานยาต่อเนื่องเป็นเวลานาน หรือกินยามากเกินขนาดย่อมส่งผลเสียต่อร่างกาย

เนื่องจากคุณสมบัติของยารักษาไมเกรนที่ทำให้หลอดเลือดหดตัว ถ้าหากมีปริมาณยาในกระแสเลือดมากเกินไป จะทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงปลายมือปลายเท้าไม่เพียงพอ อาจทำให้เกิดเนื้อตายบริเวณดังกล่าว จนถึงขั้นต้องตัดแขนตัดขากันเลยทีเดียว หรืออาจทำให้เป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้ นอกจากนี้ผู้ป่วยบางรายที่ต้องกินยาประเภทอื่นที่มีผลต่อการหดตัวของหลอดเลือดร่วมด้วย ก็ยิ่งจะส่งผลให้มีปริมาณยาในร่างกายสูงเกินขนาดมากขึ้นไปอีก

แนวทางในการรับประทานยาอย่างถูกต้อง

มาดูแนวทาง การรับประทานยารักษาไมเกรนอย่างถูกต้อง เพื่อความปลอดภัยกันเถอะ

1.ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง ถึงปริมาณการใช้ยาและระยะเวลาที่สามารถกินยาซ้ำ หากอาการยังไม่บรรเทา

2.ภายในระยะเวลา 24 ชั่วโมง ห้ามกินยาเกิน 4 เม็ด หากกินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ควรเว้นระยะอย่างน้อย 30 นาทีจึงจะกินยาซ้ำได้อีกครั้ง แต่ไม่ควรกินเกิน 2 ครั้ง

3.ห้ามใช้ยาติดต่อกันเกิน 10 วัน เพราะนอกจากจะมีความเสี่ยงที่จะทำให้มีอาการบ่อยขึ้นและหนักขึ้นแล้ว ยังอาจเป็นอันตรายต่อตับ ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้ตับวายจนเสียชีวิตได้

4.สำหรับสตรีมีครรภ์หรือสตรีที่กำลังให้นมบุตร ต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานยาประเภทนี้ เพราะส่งผลต่อเด็กในครรภ์และสามารถส่งผ่านทางน้ำนมทำให้ลูกได้รับฤทธิ์ยานี้ไปด้วย

5.สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่น โรคตับ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานยารักษาไมเกรน

หากมีอาการปวดหัวไมเกรนมากอย่างรุนแรง จนไม่สามารถทำงานได้ในช่วงที่เกิดอาการ หรืออาเจียนทุกครั้งที่เป็นไมเกรน ควรพบแพทย์เพื่อทำการรักษาและให้ยาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้วิธีการที่ช่วยป้องกันไมเกรนได้ดีที่สุด คือการหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นทั้งหลาย ผ่อนคลายความเครียดและพักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็ช่วยป้องกันและบรรเทาอาการไมเกรนได้เช่นกัน

 

Previous

5 เคล็ดลับปลุกตัวเองมาออกกำลังกายตอนเช้าให้ติดเป็นนิสัย

ชาดอกคาโมมายล์ ชารสเลิศ สยบไมเกรนอย่างได้ผล

Next

Leave a Comment