อันตราย! โรคมดลูกอักเสบ ปล่อยลุกลามอาจเป็นหมันไปตลอดชีวิต

| |

          โรคมดลูกอักเสบ พบได้บ่อยในผู้หญิงช่วงวัยเจริญพันธุ์ 20 – 30 ปี ซึ่งพบว่ามักมีการติดเชื้อที่ปีกมดลูกและภายในมดลูก ซึ่งหากซ้ำ ๆ อาจเสี่ยงต่อการเป็นหมัน หรือกลายเป็นโรคที่บานปลาย อย่างอุ้งเชิงกรานอักเสบ และทำให้เสียชีวิตได้

โดยเชื้อโรคที่เป็นตัวเหตุสำคัญของการเป็นโรคมดลูกอักเสบคือ เชื้อแบคทีเรียเดียวกับที่ทำให้เป็นหนองใน “N.gonorrhoea” ซึ่งมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ได้สวมถุงยางอนามัย นอกจากนั้นยังพบในผู้หญิงหลังคลอดลูก ทั้งที่คลอดธรรมชาติหรือผ่าคลอด ผู้หญิงที่เพิ่งแท้งลูก ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากมีสายรกตกค้าง

นอกจากนี้ ยังเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ช่วงมีรอบเดือน เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและปากมดลูกเปิดมากกว่าปกติ ทำให้ติดเชื้อง่าย การสวนล้างช่องคลอดบ่อย ๆ แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์ แต่ก็ทำให้เสี่ยงเป็นโรคมดลูกอักเสบได้ เพราทำให้ค่ากรดด่าง pH ในมดลูกเปลี่ยนแปลง จึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดง่ายขึ้น

ในทางการแพทย์จะแบ่งโรคมดลูกอักเสบเป็น 2 กลุ่ม คือ แบบเป็นเฉียบพลัน กับแบบเป็นเรื้อรัง

  1. แบบเฉียบพลัน จะมีเริ่มจากมีตกขาว ปัสสาวะขัด แล้วจะตามด้วยอาการไข้ มีหนอง น้ำคาวปลาและเลือดออกมาจากช่องคลอด ซึ่งมีกลิ่นเหม็นรุนแรง เจ็บเมื่อมีเพศสัมพันธ์ หากไม่รีบรักษาจะติดเชื้อลามอย่างรวดเร็ว ทำให้เสี่ยงเป็นหมัน มีลูกยาก หรือเกิดภาวะท้องนอกมดลูกได้
  2. แบบเรื้อรัง มักเกิดจากติดเชื้อพยาธิคลาไมเดียภายในช่องคลอดเพราะใช้การคุมกำเนิดแบบใส่ห่วง หรือเกิดเนื้องอกขึ้นภายในมดลูก

          ในการรักษา แพทย์จะดูจากความรุนแรงของอาการ หากเพิ่งติดเชื้อไม่นาน ก็สามารถให้ยาปฏิชีวนะ เช่น ยา Doxycycline 100 มิลลิกรัม ยา Levofloxacin 500 mg หรือ ยา Metronidaxole 500 mg ไปทานระยะสั้น ๆ เพียง 1 ถึง 2 สัปดาห์ ก็จะดีขึ้นและหายขาดได้

แต่หากมีลักษณะเป็นฝีหรือหนองภายในรังไข่ หรือมีการเสียเลือดมาก ทำให้เลือดจางด้วย ก็อาจจำเป็นต้องฉีดยา เช่น ยา Cefoxitin Ceftizoxime Cefotaxime หรือ Ceftriaxone และพักค้างที่โรงพยาบาลสักระยะเพื่อดูการตอบสนองต่อยา

ทั้งนี้ จำเป็นที่ต้องใช้ยาตามแพทย์สั่งให้ครบ dose หรือ ครบตามเวลาที่แพทย์ระบุ และแม้จะรักษาหายขาดแล้ว โรคมดลูกอักเสบก็สามารถย้อนกลับมาเป็นซ้ำ ๆ ได้อีก หากเกิดการติดเชื้อรอบใหม่

ดังนั้น การมีเพศสัมพันธ์ด้วยการป้องกันหรือสวมถุงยางอนามัยทุกครั้ง งดพฤติกรรมมีคู่นอนหลายคน เลี่ยงเพศสัมพันธ์กับหญิงที่เพิ่งคลอดลูกมาในช่วง 6 สัปดาห์แรก และการไม่สวนล้างช่องคลอดด้วยน้ำยาบ่อย ๆ (ใช้เพียงน้ำเปล่าทำความสะอาดร่างกายภายนอกก็เพียงพอแล้ว) จะช่วยลดโอกาสติดเชื้อจนเป็นโรคมดลูกอักเสบได้ดียิ่งขึ้น

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=2771321

Previous

โรคปวดประจำเดือน มาทุก ๆ เดือน จะทำอย่างไรดี

โรคเริม เป็นได้ทั้งที่ปากและอวัยวะเพศ จริงหรือ

Next

Leave a Comment