อาหารคลีน Clean Food Good For You

| | ,

อาหารคลีน Clean Food

ในยุคนี้ถ้าใครไม่รู้จักอาหารคลีนหรือว่า Clean Food ถือว่าตกเทรนด์ได้นะคะ เพราะคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่รักสุขภาพหันมาให้ความสำคัญกับการบริโภคกันมากขึ้นจนกลายเป็นกระแสนิยมในสมัยนี้  การ ใส่ใจในรูปร่างรักษาสุขภาพกับการออกกำลังกาย  และสิ่งที่คนรักสุขภาพในยุคนี้หันมาเน้นเป็นพิเศษคือการรับประทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการสะอาดและปลอดภัยมีความปนเปื้อนน้อย ซึ่งก็คือ คลีนฟู้ด Clean Food นั่นเอง

ก่อนอื่นเรามาขยายความกับคำว่า อาหารคลีน หรือ คลีนฟู้ด ที่ใครต่อใครมักเรียกติดปากกันดีกว่าค่ะว่า ความหมายที่แท้จริงของคลีนฟู้ดนั้น หมายถึงอาหารแบบไหนกันแน่ แล้วที่เรากินอยู่นี้มันคลีนจริงๆหรือไม่ สงสัยกันแล้วใช่มั้ยคะ เรามาดูข้อมูลที่ได้จากคุณหมอผู้เชี่ยวชาญกันเลยค่ะ

ซึ่งถ้าท้าวความแล้วอาหารคลีน หรือ Clean Food ที่คนในสมัยนี้เรียกกันไปในหลายรูปแบบแต่ในสมัยก่อนนั้นหมายถึง

  • อาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด
  • อาหารที่มีรสชาติความเป็นธรรมชาติมากที่สุด
  • การทานผักหรือผลไม้สดๆที่เด็ดจากต้น

เพราะผู้คนในสมัยหลายสิบปีก่อนในยุคปู่ย่าตายาย สมัยบรรพบุรุษของเรานั้นส่วนใหญ่จะกินอาหารที่เรียกกันว่าเป็น Caveman เหมือนมนุษย์ถ้ำเช่น ออกไปเจอผลไม้ก็เด็ดมากิน ปลูกข้าวมาหรือเก็บพืชผักมาก็นำมากินแบบง่ายๆ จับปลาได้ก็นำมาปิ้งย่าง รสชาติก็จะจืดๆ คือผ่านการปรุงแต่งน้อยปราศจากเครื่องปรุงรสอย่าง น้ำปลา พริกไทย อย่างมากที่สุดก็มีเครื่องเทศ เพราะฉะนั้นการกินในอดีตจึงถือว่า เป็นการกินที่ได้สุขภาพดีเพราะอิงความเป็นธรรมชาติที่สุดนั่นเองค่ะ

แต่ในยุคสมัยที่เปลี่ยนไปเพราะความเจริญทางด้านอุตสาหกรรม กระบวนการผลิตอาหาร หรือ กระบวนการปลูกพืชต่างๆมีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มีการไปเสริมเติมแต่งจนผิดแปลกไปจากเดิม ทำให้อาหารที่ได้มาไม่ธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน คนในยุคเราจึงบริโภคทุกอย่างที่ล้วนแล้วแต่ผ่านขั้นตอนการปรุงแต่งมาไม่มากก็น้อย  การที่จะหาอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยมาบริโภคนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก และผู้คนส่วนใหญ่มักจะได้รับสิ่งเหล่านี้เข้าไปทำร้ายร่างกายโดยอาจไม่รู้ตัว อย่างเช่นภัยร้ายจาก น้ำตาล ที่ให้ความหวาน จนหลายคนในโลกใบนี้ติดความหวานมากจนเกินไปแบบไม่รู้ตัว เพราะน้ำตาลเองก็มีข้อดีเช่นกันค่ะ

  • เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้รู้สึกอารมณ์ดี
  • ทำให้รสชาติอาหารกลมกล่อม

ด้วยความที่อาหารที่มีน้ำตาลมักจะมีรสชาติกลมกล่อมอร่อยถูกใจใครหลายๆคน จึงทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยติดหวาน และมีผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้น และเลิกทานหวานได้ยากมาก มาดูอันตรายจากสารปรุงแต่งน้ำตาลกันค่ะว่ามากมายแค่ไหน

  • น้ำตาลถือได้ว่าเป็นสารเสพติดที่อันตรายที่สุดในโลก
  • เมื่องดทานหวานจะรู้สึกหงุดหงิด
  • เมื่อท่านบ่อยๆจะทำให้ต้องการความหวานในปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

ที่ยกตัวอย่างมาเป็นโทษของสารปรุงแต่งแค่เพียงชนิดเดียวคือน้ำตาล ยังให้โทษต่อร่างกายมนุษย์ไม่น้อย แต่ในชีวิตประจำวันสมัยนี้เราบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนและผสมสารปรุงแต่งนานาชนิดเพื่อให้อาหารนั้นมีรสอร่อยถูกปากจนทำให้เกิดโรค แล้วเราจะมีวิธีรับประทานอย่างไรถึงจะดี ก็คือเดินสายกลางนั่นเองค่ะ

  • การบริโภคที่มีประสิทธิภาพที่สุด คือ การเดินทางสายกลาง โดยที่คนเราจะต้องบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมต่อความต้องการของร่างกาย

และในวงการอุตสาหกรรมอาหารจะปรุงแต่งรสชาติของอาหารหลักๆอยู่สองรสชาติคือ หวาน และ เค็ม เพื่อตอบสนอง ความต้องการของผู้บริโภค ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเราทานไก่ทอด ของทอดที่รสจัดๆ เราจะกระหายน้ำหวานๆ จึงทำให้ต้องดื่มน้ำอัดลมต่อนั่นเองค่ะ

สรุปแล้วคำว่า คลีนฟู้ด Clean Food ก็คืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดนั่นเองค่ะ ลองสังเกตตัวเราเองดูว่าสิ่งที่เรารับประทานไปในแต่ละวันนั้นเป็นอาหารประเภทไหน และไม่จำเป็นต้องเคร่งจนเครียดหรือฝืนทานอาหารที่ไม่ชอบ เพียงแค่เดินทางสายกลางก็มีความสุขพร้อมทั้งได้สุขภาพที่สมดุลเช่นกันค่ะ

หากอยากทราบว่าจะทานอย่างไรถึงจะเรียกว่า คลีนฟู้ด ติดตามได้ใน Clean Food ตอนที่ 2 นะคะ

Previous

โรคนอนไม่หลับกับการใช้ยา บุหรี่ และสารเสพติด ปัจจัยกระตุ้นโรคที่พึงระวัง !

อาหารคลีน Clean Food Good For You ตอนที่ 2

Next

Leave a Comment