เตือนภัย โรคภูมิแพ้ ไม่รีบรักษา อันตรายถึงชีวิต

| |

โรคภูมิแพ้เป็นหนึ่งในโรคเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยอย่างมาก ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ ก็สามารถเป็นโรคภูมิแพ้ได้ เนื่องจากโรคนี้ มีเพียง 1 ใน 3 คนที่เกิดจากพันธุกรรม ส่วนอีก 2 ใน 3 เป็นอาการของโรคภูมิแพ้ที่เกิดจากปัจจัยเสี่ยงทางสิ่งแวดล้อมรอบตัวของผู้ป่วย

ทั้งนี้ อาการของโรคภูมิแพ้ ทางการแพทย์แบ่งได้เป็น 4 กลุ่มอาการ คือ

1.โรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง จะปรากฏอาการคันเป็นตุ่มแดงนูนที่ผิว โดยมักขึ้นคล้ายเป็นผดผื่นเล็ก ๆ กระจายตัวทั่วไป โดยหากเป็นเด็กเล็ก จะพบบ่อยอันดับต้น ๆ ที่แก้มและซอกคอ เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่ออ่อนที่อยู่พ้นเสื้อผ้า มักเป็นอาการที่เกิดจากการสัมผัสสิ่งกระตุ้น เช่น โรคภูมิแพ้ไรฝุ่นที่อยู่บนที่นอน โรคภูมิแพ้น้ำหอมที่ปรุงกลิ่นในน้ำยาปรับผ้านุ่ม ทำให้เมื่อมีเหงื่ออกบริเวณใด ก็มักจะซึมลงผิวและกระตุ้นให้เกิดอาการระคายเคืองได้ง่าย

  1. โรคภูมิแพ้ทางจมูก เป็นอาการคล้าย ๆ เป็นหวัดจากไวรัส แต่จะมีอาการเรื้อรัง เช่น คันยุบยิบที่ปลายจมูก ทำให้มักขยี้จมูกจนจมูกแดง มีน้ำมูกใส ๆ และรู้สึกคัดจมูก ทำให้ต้องหมั่นสูดน้ำมูกขึ้นบ่อย ๆ ทำให้แลดูเสียบุคลิก และสร้างความรำคาญใจทั้งแก่เจ้าตัวและคนรอบข้าง มักเกิดตามฤดูกาล เช่น โรคภูมิแพ้ละอองเกสรดอกไม้ หรือแม้แต่แพ้ไรฝุ่นก็เป็นได้เช่นกัน
  2. โรคภูมิแพ้ทางลำคอ จะทำให้มีอาการคันภายในลำคอ รู้สึกมีเสลดหรือเสมหะอยู่ภายในลำคอตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการไอ โดยไม่มีอาการเจ็บคอ เป็นอาการที่มักมาจากสาเหตุเดียวกับอาการทางจมูก
  3. โรคภูมิแพ้ทางนัยน์ตา เป็นอาการที่ทำให้ผู้ป่วยตาแดง ระคายเคืองง่ายกว่าปกติ ทำให้คันตาจึงมักขยี้ตาบ่อย ๆ ทำให้เปลือกตาบวม และมักมีลักษณะใต้ตาดำคล้ำเป็นลักษณะเฉพาะของโรคนี้

เมื่อมีอาการต่าง ๆ ที่กล่าวมา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อการรักษาที่ต้นเหตุ และอาจต้องทำการตรวจเฉพาะเพื่อหาว่าเป็นโรคภูมิแพ้จากสาเหตุใดบ้าง ด้วยวิธี Skin Prick Test ซึ่งจะเป็นการนำสารมาตรฐานมาแตะเบา ๆ ที่ผิวหนังเพื่อดูการตอบสนอง เช่น อาการคัน บวมแดงนูนของผิวที่สัมผัสสาร เพื่อวินิจฉัยได้อย่างละเอียดยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ คือ การตรวจหาปัจจัยเสี่ยงที่ชัดเจนของแต่ละคน จะทำให้สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่มากระตุ้นให้โรคภูมิแพ้กำเริบได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ลดโอกาสที่จะเป็นโรคภูมิแพ้ขั้นรุนแรง คือ อาการทั้ง 4 ที่กล่าวมาซึ่งจะมีความทวีคูณขึ้น หากได้รับสิ่งกระตุ้นมากเกินไป เช่น มีอาการหอบแน่น หายใจไม่ออกเนื่องจากหลอดลมมีการตีบตัวอย่างรุนแรงเฉียบพลัน รวมถึงเกิดอาการท้องเสียหรือช็อคได้หากเป็นการรับประทานสิ่งที่แพ้เข้าไป เช่น แพ้อาหารทะเล แพ้ไข่ แพ้กลูเต็น เป็นต้น

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1046425

Previous

ปี 2018 โรคออฟฟิศซินโดรม ระบาดในวัยทำงาน

โรคหอบหืด หายใจไม่ออก..เรื่องจริงหรือแค่ในหนัง

Next

Leave a Comment