โรคจิต โรคประสาท ปัญหาทางใจ ส่งผลร้ายต่อโรคนอนไม่หลับ

| | ,

ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับที่ต้องเผชิญกับปัญหาการนอนหลับยาก ถือเป็นความทุกข์ใจอย่างยิ่ง และโดยเฉพาะการมีสิ่งต่าง ๆ มารุมเร้าจิตใจให้ต้องกังวล จะยิ่งส่งผลให้อาการนอนไม่หลับรุนแรงมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่าปัญหาทางจิตใจทั้งหลาย เป็นอย่างไร ส่งผลต่อโรคนอนไม่หลับอย่างไรบ้า

1.โรคจิต

อาการแบบไหนเรียกโรคจิต ลักษณะแบบใดเป็นโรคจิต อาจพิจารณาได้จากความหายของโรคจิต ดังนี้ โรคจิต หมายถึง ผู้ที่มีความปกติทางจิตใจจนไม่สามารถรับรู้สภาพปัจจุบันของตนเองได้อย่างชัดเจน ทำให้ไม่สามารถใช้ชีวิตอย่างปกติได้ ซึ่งผู้ที่ป่วยเป็นโรคจิต จะมีลักษณะต่าง ๆ เช่น ไม่รู้สภาพที่แท้จริงของตนเอง อาจคิดว่าตนเองยังปกติ ทั้งที่สภาพความเป็นจริงอาจเพ้อคลั่งหรือประสาทหลอน

นอกจากนี้ ยังมีการตัดสินใจผิดพลาด เช่น คิดว่าไฟที่ลุกไหม้ ไม่มีความร้อน เปลวไฟสวย น่าเล่น จึงเอามือไปจับเล่น นอกจากนี้ผู้ป่วยจะมีบุคลิกเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น พูดคนเดียว หัวเราะ ร้องไห้ โดยไม่ทราบสาเหตุ ไม่พูด หรือพูดจาเลอะเลือน และอาจมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอื่น ๆ ซึ่งผู้ป่วยโรคจิตส่วนใหญ่จะมีปัญหานอนไม่หลับ หรือหลับแบบไม่มีคุณภาพ

2.โรคประสาท

ผู้ป่วยที่เป็นโรคประสาทจะเกิดความผิดปกติทางจิตเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของสมอง ผู้ที่เป็นโรคประสาทจะรับรู้สภาพปัจจุบันของตนเอง แต่ยังมีความวิตกกังวลที่มากเกินไป ไม่มีอาการประสาทหลอนหรือหลงผิด และอาจพบอาการต่าง ๆ เช่น มีความวิตกกังวล การย้ำคิดย้ำทำ มีอาการกลัวที่มากเกินไป รู้สึกไม่สบายตัว หงุดหงิด ไม่มีสมาธิ เศร้า หรืออยากตาย และมีอาการนอนไม่หลับ

3.ปัญหาทางใจ

บางครั้งปัญหาทางใจที่มารุมเร้า จะยิ่งส่งผลให้ผู้ป่วยโรคนอนไม่หลับรักษาได้ยากมากขึ้น เนื่องจากปัญหาที่มารบกวนจิตใจ จะทำให้ผู้ป่วยเกิดความกังวล หลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน กระวนกระวาย ปัญหาทางใจที่อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและความไม่สบายใจ เช่น ปัญหาด้านความวิตกกังวล ความเสียใจ ความรัก ความโกรธ ความอยาก ซึ่งปัญหาทางใจเหล่านี้ล้วนทำให้นอนไม่หลับหรือหลับได้ยากมากขึ้น และการรักษาปัญหาเหล่านี้ ต้องค้นหาสาเหตุ และใช้สติในการแก้ไขไปทีละส่วน จะช่วยให้ผู้ที่นอนไม่หลับหรือหลับยากคลายกังวลได้

โรคจิต โรคประสาท ปัญหาทางใจ ล้วนส่งผลร้ายต่อโรคนอนไม่หลับ ทำให้ผู้ป่วยหลับยาก หรือนอนไม่หลับทั้งคืน หรือหลับแบบไม่มีคุณภาพ ผู้ที่เกิดอาการเหล่านี้ต้องพิจารณาตนเอง หากประเมินแล้วไม่สามารถควบคุมได้ ต้องรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

Previous

รู้ไหม โรคสมาธิสั้น เป็นได้ทั้งวัยเรียนและวัยทำงาน

รู้ให้ลึก โรคปวดกล้ามเนื้อ ที่ต้องรักษามากกว่าการทายาแก้ปวด

Next

Leave a Comment