โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ทำไมเป็นก้อนนูนได้ ทั่วทั้งตัว!

| |

โรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นโรคที่สามารถเกิดได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองเป็นอวัยวะที่มีหน้าที่ดักจับเชื้อโรค และสร้างสารภูมิคุ้มกันต่อต้านสิ่งแปลกปลอมต่าง ๆ แก่ร่างกาย หากร่างกายคนเรามีความเจ็บป่วยจากการติดเชื้อโรค เช่น แบคทีเรีย ก็จะทำให้เกิดอาการของโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ ได้แก่ การติดเชื้อที่ลำคอ เช่น เป็นหวัดจากไวรัสแล้วไม่ได้พักผ่อนให้เพียงพอ ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน กรณีนี้มักทำให้เกิดโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบตามมา ทำให้เมื่อใช้มือคลำก็จะพบว่ามีก้อนเนื้อเยื่อเล็ก ๆ ปูดขึ้นในช่วงลำคอ ซึ่งก็คือต่อมน้ำเหลืองที่บวมอักเสบนั่นเอง

นอกจากนี้ยังพบโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบตามมาหลังจากถูกแมวที่มีเชื้อแบคทีเรียบางชนิดข่วนตามผิวหนัง การเป็นโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ และการปล่อยให้เป็นแผลเรื้อรังตามง่ามนิ้วเท้าและขา ก็ทำให้เกิดโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบได้เช่นกัน

อาการของโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบโดยทั่วไป จะมีอาการเป็นก้อนนูน กดแล้วรู้สึกเจ็บ ซึ่งสังเกตได้ที่แรก ๆ คือตามลำคอ รักแร้และบริเวณขาหนีบ ซึ่งหากมีน้ำเลือดหรือน้ำหนองไหลออกมาจากบริเวณที่อักเสบ ควรรีบพบแพทย์โดยด่วนเพราะอาจเกิดจากการติดเชื้ออย่างรุนแรงใต้เนื้อเยื่อผิวหนัง หรืออาจเป็นโรคของเนื้องอกหรือมะเร็งก็เป็นได้

ซึ่งในการตรวจโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ แพทย์จะตรวจจากประวัติ คลำต่อมน้ำเหลืองบริเวณที่อักเสบ และอาจมีการเจาะเลือดไปตรวจหาเชื้อและระดับเม็ดเลือดขาวของร่างกาย ทำการตรวจ Ultrasound ตรวจ X-Ray และอื่น ๆ ที่จำเป็น เพื่อนำผลที่ได้มาใช้ในการวินิจฉัยแยกโรคร้ายแรงอื่น ๆ และนำมาสู่การรักษาที่ตรงสาเหตุโดยแท้จริง

ทั้งนี้ในการรักษาโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบนั้น แพทย์จะดูจากสาเหตุและความรุนแรง หากอาการเกิดจากการติดเชื้อทั่วไป ก็มักจะให้ผู้ป่วยใช้ยาปฏิชีวนะฆ่าเชื้อแบบรับประทาน คู่กับการใช้ยาแก้ปวดอักเสบ และประคบน้ำอุ่นบริเวณก้อนต่อมน้ำเหลืองที่โต

แต่หากต่อมน้ำเหลืองที่อักเสบนั้นมีการบวมมากคล้ายฝี กดเจ็บและอาจมีน้ำเลือด-น้ำหนองไหลออกมาทางรูเปิดบนผิวหนัง ก็จำเป็นต้องกรีดเพื่อระบายหนองออก (ทำให้ช่วยลดความปวดได้มาก) โดยผู้ป่วยก็จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อและการล้างทำความสะอาดแผลควบคู่ด้วย

การป้องกันโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบ สามารถทำง่าย ๆ ด้วยการดูแลสุขภาพพื้นฐานให้แข็งแรง ด้วยการหมั่นออกกำลังกาย การกินอาหารให้ถูกหลักทางโภชนาการ ครบ 5 หมู่ ทั้ง 3 มื้อ รวมถึงการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ เพื่อป้องกันโรคติดเชื้อที่ทำให้เกิดโรคต่อมน้ำเหลืองอักเสบตามมาด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1935524

Previous

โรคข้ออักเสบ ไม่ใช่โรคประจำตัวคนแก่อย่างที่เคยคิด!

ทำความรู้จักกับ โรคต่อมลูกหมากโต ปัญหาของชายวัยทอง

Next

Leave a Comment