โรคประจำเดือนมามาก คืออะไร..อันตรายแค่ไหน?

| |

โรคประจำเดือนมามาก เป็นอาการที่เกิดได้กับผู้หญิงวัย 18 – 40 ปี ที่มีประจำเดือนมาในปริมาณมากกว่าที่เคย เช่น เดิมมีเลือดรอบเดือน 4 วันก็เพิ่มเป็น 7 วัน รวมถึงเพิ่มปริมาตรเลือดที่ไหลออกมาเป็นประจำเดือน สังเกตจากจำนวนผ้าอนามัยที่ต้องใช้เปลี่ยนถี่หรือต้องใช้แบบที่หนาขึ้น จึงจะรองรับประจำเดือนได้เพียงพอ

นอกจากนี้ การที่ผู้หญิงเสียเลือดประจำเดือนมากกว่าปกติ จะทำให้เกิดอาการโลหิตจาง เนื่องจากเม็ดเลือดแดงที่ทำหน้าที่จับออกซิเจนสูญหายไปจำนวนหนึ่ง (ซึ่งร่างกายต้องใช้เวลาในการผลิตสร้างขึ้นมาชดเชย) จึงสังเกตได้ว่าช่วงที่มีประจำเดือนมาก จะมีความรู้สึกวิงเวียน หน้ามืด ใจสั่น และหากได้วัดความดันจะพบว่าค่าความดันต่ำกว่าปกติ คือ ต่ำกว่า 120/80 เหลือเพียง 100/60 เป็นต้น (สามารถหาซื้อเครื่องวัดความดันแบบพกพาใช้เองได้ง่าย จากร้านขายยาชั้นนำ หรือขอวัดความดันโลหิตได้ฟรีจากคลินิคหรือโรงพยาบาลใกล้บ้าน)

ในทางการแพทย์พบว่า ปัญหาประจำเดือนมามาก มักมาพร้อมกับอาการผิดปกติของฮอร์โมนจากรังไข่ หรือมีพยาธิสภาพในมดลูก รวมถึงเป็นอาการที่เกิดได้กับคุณแม่ช่วงตั้งครรภ์

แต่นอกจากนั้น ยังมีสาเหตุที่เรียกได้ว่าอันตรายร้ายแรงอื่น ๆ ที่ซ่อนอยู่ ได้แก่

– มีเนื้องอกภายในมดลูก หรือ รังไข่

– เป็นโรคโพรงมดลูกเจริญผิดตำแหน่งหรือผิดที่ ซึ่งมีเปอร์เซ็นต์สูงในผู้หญิงไทย

– เป็นมะเร็งภายในอวัยวะเพศหญิง ไม่ว่าจะตำแหน่งรังไข่ ภายในมดลูกหรือ ปากมดลูก

– เป็นโรคเกี่ยวกับถุงน้ำในรังไข่

– เกิดจากการตั้งครรภ์นอกมดลูก

– เกิดจากแท้งบุตร ทำให้สลายกลายเป็นเลือดลิ่ม ๆ ออกมา

– เกิดจากโรคภายในสมอง เช่น เป็นเนื้องอกที่ต่อม pituitary

– มีโรคประจำตัว เช่น โรคที่ต่อม thyroid ชนิดไทรอยด์ต่ำ

– เป็นโรคที่ทำให้เกล็ดเลือดต่ำผิดปกติเฉียบพลัน เช่น เป็นไข้เลือดออก

จะเห็นได้ว่าสาเหตุของการมีประจำเดือนมามากนั้น มีความหลากหลาย ที่จำเป็นต้องใช้วิธีการรักษาที่จำเพาะเจาะจงต่างกันไป จึงแนะนำให้หมั่นสังเกตความผิดปกติของประจำเดือน หากมีปริมาณและจำนวนวันของรอบเดือนมากผิดปกติ แนะนำให้พบแพทย์เพื่อตรวจภายใน เจาะเลือด และตรวจวัดค่าเฉพาะอื่น ๆ ทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและรักษาได้ตรงจุดต่อไป

ทั้งนี้ หากมีอาการปวดท้องระหว่างการมีประจำเดือนมากผิดปกติ สามารถดูแลตัวเองเบื้องต้นได้ง่าย ๆ ด้วยการประคบถุงน้ำเย็น หรือ นำน้ำแข็งมาห่อผ้าประคบท้องช่วงล่างไว้ สัก 20 นาทีต่อรอบ เพื่อลดการไหลของเลือด และควรเสริมสร้างเม็ดเลือด ลดอาการเพลีย ใจสั่นจากโลหิตจาง ด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็ก ที่หาซื้อได้ง่ายทั่วไปจากร้านขายยา เนื่องจากเป็นวิตามินแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต้องในการเสริมสร้างเม็ดเลือดและทำให้หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=1253173

Previous

โรคปัสสาวะบ่อย มีจริงหรือไม่ จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเป็น?

หน้าไม่เกลี้ยง เพราะโรคสิวอุดตัน รักษาให้หายได้ไหม

Next

Leave a Comment