โรคปัสสาวะบ่อย มีจริงหรือไม่ จะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเป็น?

| |

โรคปัสสาวะบ่อย เป็นอาการที่เกิดได้ทั้งกับชายและหญิง โดยมักพบในอายุวัยหนุ่มสาว-วัยทำงาน ซึ่งสังเกตได้จากจำนวนการปัสสาวะ ที่มากกว่าวันละ 8 ครั้งในช่วงกลางวัน หรือ มีการตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน 2 ครั้งขึ้นไป

โดยทั่วไปมีสาเหตุจากการดื่มน้ำมาก ดื่มเครื่องดื่มจำพวก caffeine เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง หรือผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม หากรู้ตัวว่าเกิดจากสาเหตุด้านอาหารก็ไม่จำเป็นต้องพบแพทย์ เนื่องจากสามารถหายได้เองใน 1 – 2 วัน

แต่หากมีอาการเรื้อรังและไม่ทราบสาเหตุ แนะนำพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุโดยละเอียด ซึ่งมักมีการตรวจเชิงลึกสำหรับดูการทำงานของกระเพาะปัสสาวะ ที่มีหน้าที่โดยตรงในการเก็บกักปัสสาวะที่ถูกกำจัดของเสียจากไตมาแล้ว

หากพบว่าค่าไตมีการเปลี่ยนแปลงจากปกติ มีการพบเลือดปนกับปัสสาวะ (ใช้วิธีนับจำนวนเม็ดเลือดในห้องแล็ป) หรือมีลักษณะการอักเสบของเนื้อเยื่อภายในกระเพาะปัสสาวะ ก็เข้าข่ายมีความเสี่ยงเกิดจากบางโรค ที่ทำให้ระบบประสาทที่ควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะทำงานผิดเพี้ยนไป ทำให้ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ

ซึ่งทางการแพทย์ พบว่า การปัสสาวะบ่อยเกิดจากสาเหตุของโรคดังต่อไปนี้

  1. อาการกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวกว่าปกติ ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำทุกชั่วโมง เนื่องจากกลั้นไว้ไม่ได้นาน
  2. โรคติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เช่น เชื้อจากเพศสัมพันธ์ การไม่เช็ดหรือล้างทำความสะอาดอวัยวะเพศจากหน้าไปหลัง ผู้ป่วยที่ต้องใช้สายสวนปัสสาวะทำให้เกิดการสะสมเชื้อโรคที่กระเพาะปัสสาวะง่าย
  3. เบาหวาน หรือน้ำตาลในเลือดสูง จะกระตุ้นให้ปวดปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวันและกลางคืน
  4. โรคในระบบไต ทำให้ไม่สามารถเก็บน้ำที่จำเป็นไว้ได้ จึงขับออกมามากกว่าปกติ
  5. เป็นโรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ โดยเฉพาะเมื่อก้อนนิ่วมีขนาดใหญ่จนเบียดตัวกระเพาะปัสสาวะให้เหลือลักษณะ “ถุง” ที่แคบลง “เต็ม” เร็วขึ้น ทำให้ต้องปัสสาวะออกบ่อย ๆ
  6. สำหรับผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป พบว่าเกิดจากเป็นโรคต่อมลูกหมากโต เพราะต่อมลูกหมากที่โตผิดปกติจะไปเบียด กระเพาะปัสสาวะที่อยู่บริเวณใกล้กัน ทำให้ปัสสาวะบ่อยขึ้น

ในการรักษา แพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุที่แท้จริงจากการตรวจร่างกายโดยละเอียด และให้ยาที่ตรงกับโรคนั้น ๆ หรืออาจจำเป็นต้องผ่าตัดรักษากรณีที่เป็นขั้นรุนแรง เพื่อการช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นในระยะยาว รวมถึงลดปัญหาปัสสาวะเล็ดที่เกิดจากการไอจาม หรือ การมีปัสสาวะซึมออกมาในระหว่างวัน

ทั้งนี้ แนะนำให้ลดการดื่มน้ำช่วงก่อนนอน งดดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เพื่อลดภาระการทำงานของไตและกระเพาะปัสสาวะ ควบคู่กับการหมั่นขมิบช่องคลอดสำหรับผู้หญิง เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณอุ้งเชิงกรานถูกยกกระชับขึ้นเข้าด้านใน จะช่วยเสริมการรักษาควบคู่กับยาได้ดีขึ้น

ขอบคุณภาพหน้าปกจาก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=765026

Previous

มีจุดแดงและไข้สูง ต้องสงสัย โรคไข้เลือดออก !

โรคประจำเดือนมามาก คืออะไร..อันตรายแค่ไหน?

Next

Leave a Comment