โรคออทิสติกเทียม โรคฮิตติดจอของเด็กยุค 2018

| |

โรคออทิสติกเทียม เป็นโรคที่พบมากขึ้นสำหรับเด็ก ๆ ในช่วงยุค 2018 เนื่องจากการเติบโตมากับเทคโนโลยีทำให้เกิดพฤติกรรมที่สนใจแต่หน้าจอมือถือ หรือเครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ เรียกว่าเป็นพฤติกรรมซึ่งคล้ายกับโรคที่เราเคยคุ้นหูกันก่อนนี้ คือ โรคออทิสติกแท้ ซึ่งที่จริงแล้วแม้อาการจะมีความคล้ายกัน แต่มีสาเหตุที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

เพราะโรคออทิสติกแท้เกิดจากพันธุกรรมที่ถ่ายทอดทางยีนในครอบครัว แต่โรคออทิสติกเทียมเกิดจากการเลี้ยงดูที่ทำให้ลูกมีชั่วโมงหน้าจอสื่อเทคโนโลยีมากเกินไปจนไม่สนใจสิ่งแวดล้อม สังเกตได้จากพฤติกรรมที่จะไม่สนใจคนรอบข้าง ไม่ตอบสนองคำทักทายหรือพูดคุยกับใคร ทั้งนี้เด็กบางคนก็จะพูดช้ากว่าเกณฑ์ด้วย

ซึ่งเมื่อไปตรวจทางสมองแล้วก็พบว่าสมองปกติ ไม่ได้เกิดจากไอคิวต่ำ ทั้งนี้เพราะภาพที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างรวดเร็วในจอโทรทัศน์หรือมือถือนั่นต่างหากที่ดึงดูดใจเด็กเล็ก ๆ ให้ตื่นเต้น สร้างความเร้าใจ และอยากใช้เวลาอยู่หน้าจอไปเรื่อย ๆ มากกว่าการคุยหรือเล่นกับคนอื่น ๆ

ทั้งนี้ตัวของคนรอบข้าง เช่น พ่อแม่ พี่น้อง ครู พี่เลี้ยง ก็มีส่วนสำคัญมากที่หล่อหลอมพฤติกรรมของเด็กที่จะเสี่ยงต่อโรคออทิสติกเทียมนี้ เพราะหากตัวผู้ใหญ่ที่ใกล้ชิดมักดูแต่จอทีวี หรืออ่านไลน์ตอบแชทอยู่บ่อย ๆ แม้กระทั่งเวลานั่งโต๊ะกินข้าว แต่ละคนก็จะมีประจำตัวคนละ 1เครื่อง แทบไม่ได้คุยกัน จะทำให้เด็กจะเห็นเป็นเรื่องชินตาและไม่เกิดการกระตุ้นให้สนใจกิจกรรมอื่น ๆ

ขณะเดียวกันการที่ผู้ใหญ่ให้ความสนใจกับหน้าจอมากกว่าตัวเด็ก ซึ่งในอดีตเวลาผู้ใหญ่เจอเด็ก ๆ ก็มักจะมีการถามไถ่ว่า “เป็นอย่างไร วันนี้เล่นอะไรกับเพื่อนคนไหน เพื่อนคนไหนใจดีกับลูก หรือ ชอบคุยเล่นกับคนไหนบ้าง”

เมื่อคำถามลักษณะนี้น้อยลงก็เท่ากับไม่มีการกระตุ้นให้เด็กรู้สึกว่าจำเป็นต้องมีเพื่อนเล่น ทำให้สุดท้ายเด็กจะรู้สึกแปลกแยกกับคนอื่น ๆ หลีกหนีออกจากการอยู่เป็นกลุ่มหรือสังคม มาเข้ามุมอยู่คนเดียว เพราะรู้สึกว่าเข้ากับใคร ๆ ได้ยาก หรือใคร ๆ ไม่เข้าใจตัวเขา ซึ่งจะส่งผลเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องจนถึงวัยรุ่นด้วย

การแก้ไขโรคออทิสติกเทียม ไม่ใช่การใช้ยารักษาอย่างโรคทางจิตเวช แต่เป็นการเสริมกิจกรรมระหว่างคนในครอบครัว เวลาทานข้าวร่วมโต๊ะ ควรมีกฎเล็ก ๆ ของสมาชิกที่จะไม่มีอุปกรณ์เทคโนโลยีอยู่ข้างตัว

นอกจากนี้ ในเด็กวัยเล็ก ๆ ต่ำกว่า 3 ขวบ ก็ไม่ควรให้เล่นมือถือ หรืออยู่หน้าจอโทรทัศน์นาน และที่สำคัญต้องมีผู้ปกครองคอยดูว่าลูกกำลังเปิดดูอะไรบ้าง เพื่อชักชวนคุย แนะนำและเสริมสร้างแนวคิดดีๆ ที่เหมาะสมกับวัยให้แก่เด็ก

ขอบคุณภาพหน้าปก : https://www.freepik.com/index.php?goto=74&idfoto=2453568

Previous

ทำความรู้จัก โรคไวรัสลงกระเพาะ ฉบับ 2018

สัญญาณของ โรคตากุ้งยิง ที่วัยทำงานก็เป็นได้

Next

Leave a Comment