ไขข้อข้องใจ ดื่มกาแฟแก้ปวดไมเกรนได้จริงหรือ?

| | ,

หลายคนคงจะเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่ากาแฟช่วยลดอาการปวดหัวไมเกรนได้ แต่ก็ยังคงสงสัยใช่ไหม ว่านี่คือเรื่องจริงหรือไม่ แล้วช่วยบรรเทาอาการปวดได้อย่างไร เพราะฉะนั้นเราจะพาคุณไปไขคำตอบ เพื่อให้หายข้องใจกัน ดังนั้นมาดูกันเลยว่าการดื่มกาแฟจะช่วยแก้อาการปวดได้จริงหรือไม่

ดื่มกาแฟ

แก้ปวดไมเกรนได้จริงหรือ?

ต้องบอกเลยว่า การดื่มกาแฟสามารถลดอาการปวดหัวไมเกรนได้จริง เพราะ กาแฟมีคาเฟอีนที่จะช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย และช่วยกระตุ้นหลอดเลือดไม่ให้ขยายตัวมากกว่าปกติ ทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น จึงบรรเทาอาการปวดหัวได้นั่นเอง แต่ทั้งนี้การดื่มกาแฟก็ต้องดื่มอย่างพอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป เพราะหากดื่มกาแฟมากเกินพอดีก็จะให้ผลลัพธ์ที่ตรงข้าม นั่นคือจะกลายเป็นตัวกระตุ้นไมเกรนซะเอง และยังส่งผลเสียต่อสุขภาพได้อย่างมากมายอีกด้วย

วิธีดื่มกาแฟเพื่อบรรเทาปวดไมเกรน

การดื่มกาแฟเพื่อบรรเทาอาการปวดไมเกรน ควรเลือกดื่มที่เป็นกาแฟดำเท่านั้น และห้ามใส่น้ำตาลหรือคอฟฟี่เมทลงไปเป็นอันขาด เพื่อให้ได้กาแฟดำแบบเพียวๆ ที่ดีต่อสุขภาพ และมีประสิทธิภาพในการบรรเทาอาการปวดหัวได้ดีที่สุด โดยแนะนำให้ดื่มกาแฟดำ 1 แก้ว ในขณะที่เริ่มมีอาการปวดหัวไมเกรน ซึ่งจะช่วยให้อาการปวดหัวทุเลาลงและหายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งยังรู้สึกว่าสมองปลอดโปร่งมากขึ้นอีกด้วย แต่สำหรับใครที่มีอาการปวดหัวไมเกรนถี่มาก แนะนำให้ดื่มเป็นประจำทุกวัน 2-3 แก้ว จะช่วยลดความเครียด และลดความถี่ในการเกิดไมเกรนได้ถึง 10% เลยทีเดียว

วิธีนี้ใช้ได้ผลกับทุกคนหรือไม่

เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ควรจำ นั่นคือ การดื่มกาแฟเพื่อบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน ไม่ใช่ว่าจะใช้ได้ผลกับทุกคนเสมอไป เพราะในบางคนอาจมีอาการแพ้คาเฟอีน ซึ่งจะไปกระตุ้นให้อาการปวดหัวยิ่งรุนแรงกว่าเดิมได้ ดังนั้นควรสังเกตตัวเองด้วยว่า เมื่อดื่มกาแฟแล้วมีอาการเป็นอย่างไร หากอาการแย่ลงกว่าเดิมก็ไม่ควรใช้วิธีนี้เป็นอันขาด นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงการดื่มกาแฟหลังจากเวลาบ่าย 3 โมงเย็นไปแล้ว เพราะจะส่งผลให้นอนไม่หลับ และได้รับการพักผ่อนน้อยได้

กาแฟดำ เป็นตัวช่วยที่ดีในการบรรเทาอาการปวดหัวไมเกรน และยังช่วยลดอาการปวดหัวจากความเครียดได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นใครที่มีอาการปวดไมเกรนบ่อยๆ ก็ลองดื่มกาแฟดำสักแก้วกันดู อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเลี่ยงสาเหตุที่เป็นตัวกระตุ้นไมเกรนด้วย เพราะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้คุณไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคนี้อีกต่อไป

Previous

ลดความเสี่ยงโรคอ้วนง่ายๆด้วยตัวคุณเองตั้งแต่วันนี้

เพิ่มความเฟิร์มของกล้ามเนื้อได้อย่างไรเมื่อน้ำหนักลดลง

Next

Leave a Comment