“มะเขือเทศ” กับประโยชน์ด้านสุขภาพและความงาม

| |

มะเขือเทศทำสวย

พอเอ่ยถึงมะเขือเทศแล้วเชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านคอยพร่ำบอกว่า ถ้าอยากผิวขาวสวยอมชมพูต้องกินมะเขือเทศเยอะๆ ซึ่งช่วงวัยเด็กเชื่อว่าหลายคนมักจะเขี่ยมะเขือเทศทิ้ง ไม่ก็จะไม่ชอบดื่มน้ำมะเขือเทศเพราะรับรสชาติไม่ไหว แต่ทราบหรือไม่ว่าในปัจจุบัน กระแสการดื่มน้ำมะเขือเทศนั้นมาแรงมากค่ะ อาจจะเป็นเพราะประโยชน์ที่ว่าดื่มแล้วขาว ผิวพรรณดี เพราะใน

มะเขือเทศจะมีวิตามินซี ที่จะไปช่วยลดริ้วรอยบนใบหน้าทำให้ผิวดูเต่งตึงช่วยป้องกันรังสียูวีจากแสงแดดที่แรงมากๆ แถมยังช่วยให้เซลล์ผิวหนังปรับสภาพให้ผิวชุ่มชื้นเรียบเนียน นอกจากนี้ยังมีไลโคปีนสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติช่วยชะลอความแก่ ต้านความเสื่อมของร่างกายทำให้อวัยวะทุกส่วนดูคงความหนุ่มสาวอยู่ตลอด แต่ผู้เชี่ยวชาญก็บอกมานะคะว่าการทานมะเขือเทศเป็นระยะเวลาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานและในปริมาณที่เพียงพอ จะช่วยทำให้ผิวเปล่งปลั่งดูอมชมพูได้ นอกจากเรื่องผิวแล้ว สารไลโคปีนที่พบมากในผักผลไม้ที่มีสีส้มสีแดงอย่างมะเขือเทศนี้ยังสามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้มีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพแทบจะทุกสัดส่วน เช่น ป้องกันโรคมะเร็งลำไส้ เพราะในมะเขือเทศมีไฟเบอร์และน้ำอยู่มากจึงช่วยระบบขับถ่ายให้เป็นปกติแถมยังช่วยยับยั้งการสูญเสียมวลกระดูกจึงสามารถป้องกันคุณจากโรคกระดูกพรุนอีกด้วยค่ะ ยังไม่หมดนะคะ เพราะวิตามินเอที่มีมากๆในมะเขือเทศยังช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิดช่วยบำรุงสายตาและโรคตามัวตอนกลางคืนช่วยกำจัดคอเลสเตอรอลไม่ดีที่อยู่ตามผนังหลอดเลือดทำให้ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดควบคุมและลดระดับน้ำตาลในเลือดและยังมีส่วนช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเงางามอีกด้วยค่ะ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ดูเหมือนกับว่ามะเขือเทศนั้นมีประโยชน์มากมายจริงๆ แล้วเราจะทานมะเขือเทศอย่างไรถึงจะได้ประโยชน์ตามที่เราต้องการ โดยปกติคนส่วนมากมักจะชอบทานผักผลไม้สดๆเพราะมีความเชื่อว่าจะให้ผลดีที่สุด แต่สำหรับมะเขือเทศนั้นไม่ใช่ค่ะ เพราะคุณต้องทำให้มะเขือเทศสุกเสียก่อนเจ้าสารมากประโยชน์อย่างไลโคปีนจึงจะหลุดออกมาร่างกายจะดูดซึมง่าย แต่ก็ใช่ว่าการทานมะเขือเทศสดๆจะไม่ไม่ดีเพราะในมะเขือเทศก็มีวิตามินซีสูงเช่นกัน หรือถ้ากำหนดเป็นช่วงเวลาในการกินมะเขือเทศให้ได้ประโยชน์มากๆ นั้น เราขอแนะนำเป็นสองช่วงก็คือเราขอแนะนำเป็นสองช่วงก็คือก่อนอาหารตอนท้องว่างจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดีหรือหลังอาหารทันทีเพราะไขมันในอาหารจะช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารต่างๆในมะเขือเทศได้ดียิ่งขึ้นค่ะ แต่ก็มีข้อควรระวังนะคะถึงแม้จะเห็นว่ามีประโยชน์มากมายขนาดนี้หากเรารับประทานมะเขือเทศในปริมาณที่มากเกินไปทำให้ร่างกายได้รับวิตามินซีสูงเกินจนอาจเป็นนิ่วได้ ส่วนคนที่ไม่ควรทานมะเขือเทศเลยก็คือผู้ที่กำลังป่วยเป็นโรคไตเพราะร่างกายจะมีปัญหาได้และสำหรับผู้ที่มีภาวะกรดไหลย้อนก็ไม่ควรทานมากจนเกินไปเพราะมะเขือเทศมีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆจะทำให้อาการหนักขึ้นได้ ดังนั้นการทานมะเขือเทศแบบสดหรือปรุงสุกก็ควรจะรับประทานแต่พอดีค่ะ

Previous

เคล็ดลับ 8 ประการในการดูแลผิวช่วงหน้าหนาว

6 สาเหตุของโรคนอนไม่หลับ เช็คสิ! คุณเป็น 1 ในนั้นไหม?

Next

Leave a Comment