“ใจเย็น ๆ อย่าตระหนกตกใจ!”..คำปลอบใจที่ไม่พอสำหรับ โรคแพนิค

| |

อาการตื่นตระหนกตกใจ เมื่อเจออุบัติภัยร้ายแรง เช่น ไฟไหม้ รถชน หรือมีคนกระโดดตึกต่อหน้า ฯลฯ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับทุก ๆ คน แต่ใครจะคิดบ้างว่า อาการตื่นตระหนกหรือ panic จะเป็นสาเหตุให้ 2 คนใน100 คน ฆ่าตัวตายได้!!!

ในอดีต หากใครขี้ตกใจ หรือมีความกังวลมาก ๆ มือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก ใคร ๆ ก็จะบอกให้ “ตั้งสติ ใจเย็น ๆ ไว้” แต่ในปัจจุบันนี้ มีการวิเคราะห์ทางสมองและศึกษาอย่างละเอียด พบว่า อาการดังกล่าว ไม่ใช่เพียงความตกใจชั่วคราว แต่เกิดจากสมองทำงาน “ไว” หรือ sensitive กว่าปกติ
เมื่อเจอเหตุที่ชวนให้หวาดกลัวขีดสุด คนทั่วไปจะตกใจ ณ ตรงนั้น แต่คนที่เป็นโรคแพนิคจะเกิดอาการขึ้นมาเมื่อใดก็ได้ แม้ตรงจุดนั้นจะไม่มีอะไรน่าหวาดกลัวเลย

โรคแพนิค

โดยอาการของโรคแพนิคที่พบมักจะมีอาการเหงื่อแตก ใจสั่น ใจเต้นรัว ปั่นป่วนท้อง แน่นหายใจไม่ออก หอบหายใจ ร้อน ๆ หนาว ๆ วิงเวียน จะเป็นลม มือเท้าเย็น เหมือนกำลังล่องลอยในฝัน กลัวตัวเองจะเสียการควบคุมหรือเป็นบ้า เป็นต้น ทั้งยังมีความวิตกกังวลอย่างรุนแรงราว ๆ 1 เดือน จนถึงขั้นไม่ยอมไปในบางสถานที่ ไม่อยากไปไหน เพราะกลัวว่าจะมีอาการขึ้นมาเมื่อใดก็ตามแล้วจะไม่มีคนเข้าใจและไร้คนช่วยเหลือ

จะเห็นได้ว่า อาการโรคแพนิคขั้นรุนแรง จะไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง หากรู้สึกว่าตัวเองหรือคนใกล้ชิดมีความวิตก-หวาดกลัวมากผิดสังเกต แนะนำให้ปรึกษาคุณหมอเสียแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ประเมินเฉพาะทาง จะได้ลดระยะเวลาการรักษา และไม่ทำให้ต้องทุกข์ทรมานจากโรคแพนิคนาน จนเสี่ยงฆ่าตัวตาย!

อย่างไรก็ตาม ในการรักษา คุณหมอจะใช้ยาหลายตัวร่วมกับการปรับพฤติกรรม เช่น

1. ยาที่ช่วยแก้ซึมเศร้า เช่น ยาเซอร์ทราลีน (Sertraline) และ ยาฟลูออกซิทีน (Fluoxetine) สามารถช่วยลดอาการโรคแพนิคได้เช่นกัน แต่จะมีผลข้างเคียงสูง คือ ท้องผูกท้องเสีย นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร และหากเป็นผู้ชาย ความต้องการทางเพศจะลดลงด้วย

2. ยาจิตเวช กลุ่ม SNRIs เช่น ยาเวนลาฟาซีน (Venlafaxine)

3.ยากลุ่มคลายเครียด เช่น ยาอิมิพรามีน (Imipramine) ยาโคลมิพรามิน (Clomipramine)

4. ยาช่วยนอนหลับ คุณหมอจะให้ช่วงเวลาสั้น ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ติดยาและต้องห้ามดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างใช้ยานี้เด็ดขาด

สำหรับกิจกรรมที่สามารถช่วยให้อาการโรคแพนิคดีขึ้นได้ไว ได้แก่
– การเล่นโยคะ หรือฝึกการหายใจแบบพุทธ
– การพูดคุย เล่าความรู้สึกและหาวิธีปรับความคิดอย่างเป็นระบบโดยผู้เชี่ยวชาญ
– การอ่านหนังสือ เพื่อสร้างความผ่อนคลาย แนะนำให้อ่านหนังสือแนวที่ชอบ หรือสร้างทัศนคติดี หรือดูหนังภาพยนตร์ แนว “feel good” คือ ทำให้มองโลกแง่ดีและมีความหวังในชีวิตมากขึ้น

“โรคแพนิกรักษาได้ไว เมื่อพบคุณหมอตั้งแต่เนิ่น ๆ และมีคนรอบข้างเป็นกำลังใจ” อย่าปล่อยให้อาการแพนิคทำร้ายตัวเองและคนรอบข้าง ด้วยการใส่ใจกันและกันเสียแต่วันนี้

ขอบคุณภาพปกจาก : Freepik

Previous

ปั่นป่วน..คล้ายจะเป็นลม..ไม่ใช่การเสแสร้งจากผู้เป็น โรควิตกกังวล

อะไรคือความต่างระหว่าง”มังสวิรัติกับเจ”

Next

Leave a Comment