4 วิตามิน กินบรรเทาอาการปวดไมเกรนอย่างได้ผล

| | , ,

เนื่องจากทางการแพทย์ยังไม่สามารถระบุสาเหตุของอาการไมเกรนที่แน่ชัดได้ ผู้ที่มีอาการไมเกรนจึงต้องคอยสังเกตสิ่งกระตุ้นที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการ เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นเหล่านั้นได้นั่นเอง นอกจากนี้การทานวิตามินเสริมก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่จะช่วยลดความถี่การเกิดไมเกรนได้ ซึ่งมีวิตามินอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

1.แมกนีเซียม

แมกนีเซียมมีคุณสมบัติช่วยควบคุมความดันโลหิต และรักษาระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยให้กล้ามเนื้อและระบบประสาททำงานได้เป็นปกติ สำหรับคนที่มีอาการไมเกรนจะพบว่ามีระดับแมกนีเซียมต่ำกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการเสริมแมกนีเซียมจึงมีส่วนช่วยบรรเทาอาการได้ โดยควรรับประทานวันละ 400 มิลลิกรัม อย่างต่อเนื่อง และคอยสังเกตอาการของตนเองว่าดีขึ้นหรือไม่

2.วิตามินบี 2 (riboflavin)

Riboflavin มีบทบาทสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึมของร่างกาย มีงานวิจัยพบว่าผู้เป็นอาการไมเกรนมีความบกพร่องบางอย่างต่อระบบเมตาบอลิซึม จึงอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียว ดังนั้นเพื่อป้องกันอาการไมเกรน จึงควรรับประทาน Riboflavin วันละ 400 มิลลิกรัม ซึ่งจะช่วยลดความถี่และลดความรุนแรงของอาการไมเกรนได้ ทั้งนี้ไม่ควรรับประทานในรูปแบบของวิตามินรวม เพราะจะมีปริมาณวิตามินบี 2 ไม่เพียงพอ นอกจากนี้ก็สามารถทานวิตามินบี 2 ได้จากเนื้อสัตว์ ไข่ นม ผักใบเขียว และถั่วอีกด้วย

3.Coenzyme Q10

มีคุณสมบัติคล้ายคลึงกับ Riboflavin ที่มีส่วนสำคัญต่อระบบเมตาบอลิซึม โดยวิตามินชนิดนี้จะพบมากในธัญพืชเต็มเมล็ด ปลาแซลมอน ตับ ซึ่งจากการวิจัยพบว่าผู้ที่มีอาการไมเกรนจะมี Coenzyme Q10 ลดลงกว่า 50% จึงควรเสริมวิตามินนี้ในปริมาณ 300 มิลลิกรัมต่อวัน แต่ไม่ควรทานร่วมกับยาต้านการแข็งตัวของเลือก เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพของวิตามินลดต่ำลงได้นั่นเอง

4.เมลาโทนิน

เป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนช่วยให้นอนหลับได้ดีและมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ในงานวิจัยพบว่าผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรังจะมีระดับเมลาโทนินต่ำมาก การได้รับเมลาโทนินในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยบรรเทาอาการไมเกรนได้ดี ในขณะที่มีผลข้างเคียงน้อยกว่าการรับประทานยาประเภทอื่นๆ

สำหรับผู้ที่มีอาการไมเกรนเรื้อรัง ควรสังเกตอาการของตนเองและคอยจดบันทึกสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ เพื่อหลีกเลี่ยงปัจจัยดังกล่าว ถึงแม้ว่าการรับประทานวิตามินชนิดต่างๆ จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการปวดไมเกรนได้ก็ตาม แต่ถ้าหากรับประทานมากเกินไปก็จะส่งผลข้างเคียงต่อร่างกายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรทานแต่พอเหมาะและปรึกษาแพทย์พร้อมขอคำแนะนำก่อนทานทุกครั้ง

Previous

5 เคล็ดลับปลุกตัวเองมาออกกำลังกายตอนเช้าให้ติดเป็นนิสัย

ชาดอกคาโมมายล์ ชารสเลิศ สยบไมเกรนอย่างได้ผล

Next

Leave a Comment