แก้นิสัยคนมองอะไรในแง่ลบ ลดความเครียดได้

| |

คนเราทุกคนส่วนใหญ่ก็จะมองโลกและสิ่งรอบตัวในแง่บวกและแง่ลบอยู่เสมอ การที่จะมองโลกในแง่เดียวเลยก็เป็นสิ่งที่ไม่พอดีสำหรับการใช้ชีวิตของคนเราเท่าไหร่นัก ดังนั้น หากอยากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็ต้องรู้จักมองโลกให้อยู่แบบกึ่งกลางอยู่เสมอ ไม่มองในแง่ดีจนเกินไปจนทำให้ดูเหมือนกับเป็นคนโลกสวยที่คอยมีความคิดที่คัดแย้งกับผู้อื่น และไม่มองในแง่ลบอยู่เสมอเป็นการสร้างความทุกข์ให้แก่ตนเองและเป็นการกักขังความคิดของตนเองเอาไว้ในโลกแคบ ๆ เท่านั้น การมองโลกในแง่บวกแบบมีขอบเขตจะช่วยให้เราสามารถเข้าถึงผู้อื่นได้ง่ายมากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะรับฟังและเปิดกว้างเพื่อยอมรับในความคิดของผู้อื่น

การมองโลกในแง่ลบเพียงอย่างเดียวนั้นจะทำให้ชีวิตของคนเราไม่มีความสุข และมองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นสิ่งที่ไม่ดีและไม่ถูกต้องอยู่เสมอ คนมองโลกในแง่ลบจะเอาความคิดของตนเองเป็นหลักอยู่เสมอไม่ยอมที่จะรับฟังคนรอบข้าง ทำให้เกิดเป็นกำแพงกั้นระหว่างตนเองกับผู้อื่นและสุดท้ายคือต้องอยู่กับความคิดของตนเองผู้เดียว เพราะไม่มีใครที่จะอยากเข้าใกล้หรืออยากที่จะทำความรู้จักด้วย เมื่อมีปัญหาใด ๆ ขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะคุยหรือปรึกษากับใครได้ กลายเป็นคนที่ต้องอมทุกข์อยู่เพียงผู้เดียว จนอาจจะก่อให้เกิดโรคเครียดหรืออาการซึมเศร้าตามมาได้อย่างง่ายดาย

ดังนั้น หากรู้ตัวเองว่าเป็นคนที่มองโลกในแง่ลบอยู่เสมอ ควรพัฒนาความคิด พัฒนาตนเองและแนวทางในการมองโลกให้เป็นบวกขึ้นมาบ้าง เพื่อลดความเครียดและสามารถเข้ากับผู้อื่นได้เหมือนคนปกติทั่วไป อีกทั้งอาจจะไม่ต้องตกเป็นประเด็นสำหรับคำนินทาในกลุ่มของเพื่อนร่วมงานหรือบุคคลกลุ่มอื่น ๆ

ประโยชน์ที่จะตามมาเมื่อเราสามารถเปลี่ยนความคิดของตนเองให้เป็นแง่บวกได้ ก็มีดังนี้

  • การคิดบวกจะทำให้เรารู้สึกอยากทำในสิ่งดี ๆ ต่อตนเองอยู่เสมอ เลือกอาหารการกินที่ดีต่อสุขภาพของตนเองเพื่อรับประทาน ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพของตนเองอยู่เสมอ ไม่เครียดและมีความสุขในการใช้ชีวิตประจำวันของตนเอง ระบบเลือดในร่างกายก็จะไหลเวียนได้ดีขึ้นทำให้ร่างกายไม่ต้องเสี่ยงกับการเป็นโรคที่เกี่ยวกับระบบเลือด เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองและแง่คิดของตนเองให้เป็นไปในทางบวกหลาย ๆ สิ่งที่ดีต่อร่างกายก็จะตามมาได้ไม่ยาก โดยที่ไม่จำเป็นต้องเสียเงินเป็นจำนวนมากเพื่อซื้อสุขภาพในส่วนนี้เลย
  • ไขมันในร่างกายจะมีแต่ส่วนของไขมันดีมากกว่าไขมันเลว หลายคนอาจจะงงว่ามันสามารถเข้ามาเกี่ยวข้องกันได้อย่างไร แต่มันเข้ามาเกี่ยวข้องกันแล้วเมื่อมีการวิจัยและทำผลทดสอบบุคคลหลาย ๆ กลุ่ม จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา พบว่าคนที่มีความสุขและมองโลกในแง่บวกจะรักสุขภาพและหมั่นหาแต่อาหารที่มีประโยชน์รับประทาน จึงทำให้ส่งผลถึงไขมันที่อยู่ในร่างกายและปลอดภัยจากโรคอ้วนและโรคไขมันอุดตันแบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี
  • การที่เราคิดบวกจะช่วยให้ร่างกายเรามีความร่าเริงและแจ่มใส ส่งผลให้ร่างกายสามารถดึงเอาสารอาหารที่มีประโยชน์ไปซ่อมแซมส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ดีขึ้น ทำร่างกายของผู้ที่มองโลกในแง่บวกแข็งแรงและมีภูมิต้านทานโรคที่ดี ต่างจากผู้ที่มองโลกในแง่ลบที่มักจะจมอยู่กับความเครียดและไม่ร่าเริงแจ่มใส ทำให้โรคภัยรุมเร้ามากกว่า
  • เมื่อมองโลกในแง่ดีก็จะทำให้เรากลายเป็นคนร่าเริง คนรอบข้างก็อยากที่จะเข้าใกล้และมองว่าเราน่าคบหาและสามารถผูกมิตรได้ จึงทำให้เรากลายเป็นคนที่มีเพื่อนเพิ่มมากยิ่งขึ้นสามารถแชร์หรือแบ่งปันสิ่งต่าง ๆ ให้แก่คนรอบข้างได้เสมอ ต่างจากคนที่มองโลกในแง่ลบที่จะเป็นคนเครียดอยู่ตลอดเวลา ทำให้ภายนอกดูเป็นคนที่เข้าถึงได้ยากและไมมีใครที่กล้าจะเข้ามาผูกมิตรด้วย ต้องอยู่ตัวคนเดียวคิดเองคนเดียวและมีเพื่อนน้อยมาก
  • การมองโลกในแง่ดีจะทำให้คนเราไม่ค่อยเครียดกับอะไรง่าย ๆ เพราะคนเหล่านี้จะมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมามันไม่ใช่ความโชคร้ายแต่อย่างใด ไม่นานสิ่งเหล่านี้ก็จะสามารถผ่านพ้นไปได้จึงไม่เกิดความเครียดและวิตกกังวล ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ไม่ขาดสติในการใช้ชีวิตและสามารถทำให้ทุกวันเป็นวันที่มีความสุขได้อยู่เสมอ แม้ว่าจะมีเรื่องใดเข้ามาในชีวิตก็ตาม
  • สุขภาพกายที่ดีจะมาพร้อมกับการมองโลกในแง่ดี เมื่อเรามองทุกอย่างรอบกายในแง่บวกอยู่เสมอก็จะทำให้เราคิดและทำแต่สิ่งดี ๆ ให้แก่บุคคลรอบข้างรวมทั้งตัวเราเองด้วย ผลพลอยได้จากการคิดในแง่บวกจึงส่งผลให้สุขภาพและร่างกายของเรามีแต่ดีขึ้นอยู่เสมอ แต่หากเมื่อใดที่คิดในแง่ลบก็ไม่อยากที่จะหาหรือทำสิ่งดี ๆ ให้แก่ผู้อื่นหรือตัวเอง เพราะเอาเวลาไปเครียดกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิตทำให้สุขภาพร่างกายมีแต่เสื่อมถอยและแย่ลงอย่างรวดเร็ว
  • สามารถแก้ไขปัญหาที่เข้ามาได้ทุกรูปแบบ คนเราเมื่อมองโลกในแง่บวกก็จะคิดแต่สิ่งที่ดีและมีสติในการคิดไตรตรองสิ่งต่าง ๆ อยู่เสมอ เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะสามารครองสติตนเองได้อยู่ตลอดเวลา และพยายามที่จะมองหาต้นสายปลายเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นมาได้อย่างถ่องแท้ ให้คนที่มองโลกในแง่ดีสามารถหาวิธีในการจัดการปัญหาและสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อยู่เสมอและรวดเร็วทันเวลา ปัญหาที่เข้ามาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ก็สามารถทำร้ายผู้ที่มองโลกในแง่บวกได้ ซึ่งต่างกันกับผู้ที่มองโลกในแง่ลบที่สมองจะคิดฟุ้งซ่านไปทุกเรื่องทำให้ขาดสติ และไม่สามารถมองลึกถึงต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาได้ และเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาแบบผิด ๆ ทำให้ปัญหาไม่พ้นตัวไปซักทีและก่อให้เกิดความเครียดทวีคูณมากยิ่งขึ้นไปอีก
  • คนที่มองโลกในแง่บวกส่วนใหญ่แล้วจะมีอายุที่ยืน ด้วยการใช้ชีวิตที่มีความสุขและหาแต่สิ่งดี ๆ ให้แตนเอง แก้ไขปัญหาทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้อยู่เสมอและเป็นคนที่ไม่เครียดต่ออะไรง่าย ๆ ส่งผลให้ชีวิตในแต่ละวันมีความสุขอยู่เสมอ ทำให้ระบบทุกอย่างในร่างกายแข็งแรงและทำงานได้อย่างเต็มที่ ร่างกายจึงมีสุขภาพที่ดีและยืนยาวกว่าผู้ที่พาตนเองให้จมอยู่กับความเครียดเพราะมองโลกในแง่ลบ
  • ไม่ต้องมีปัญหาและการวิวาทกับใครหากมองโลกในแง่บวก เพราะคนที่มองโลกในแง่บวกจะยินดีที่จะรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นอยู่เสมอ และจะคิดไตร่ตรองสิ่งเหล่านั้นก่อนเสมอว่าดีหรือไม่ดีก่อนที่จะพูดหรือโต้แย้งออกมา ทำให้คำพูดของผู้ที่มองโลกในแง่บวกเป็นที่ยอมรับของผู้คนรอบข้างอยู่เสมอ ต่างจากผู้ที่มองโลกในแง่ลบที่จะขัดแย้งกับผู้อื่นและจะพูดทุกอย่างออกมาแบบที่ไม่ทันคิดไตร่ตรองก่อน ทำให้เกิดปัญหากับผู้อื่นหรือการวิวาทกับผู้อื่นได้อย่างง่ายดายหรืออาจจะอยู่ร่วมกับผู้อื่นหรือทำงานกับผู้อื่นได้ยากมาก

ข้อดีของการเปลี่ยนมุมมองของตนเองให้เป็นไปทางแนวบวกมากกว่ามองโลกในแง่ลบนั้นมีอยู่มากมาย และที่สำคัญที่สุดที่อยากให้ทุกคนหันมาพัฒนาความคิดของตนเองให้เป็นแง่บวกอยู่เสมอ เพราะมันมีผลกระทบต่อสุขภาพที่ดีขึ้นอยู่เสมอของคนเราด้วย หากปล่อยให้ตนเองมองทุกอย่างในแง่ลบอยู่ตลอดก็จะเป็นการบั่นทอนสุขภาพจิตใจและสุขภาพร่างกายของตนเองไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นมาลองมองโลกในแง่บวกกันดูบ้าง รับรองว่ามีข้อดีที่จะตามมาอีกมาก

Previous

10 วิธีแก้ “โรคเครียด” ในที่ทำงาน

เคล็ดลับช่วยให้มีสมาธิดี เพื่อชีวิตที่ง่ายขึ้น

Next

Leave a Comment